วันที่ 15 กันยายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานเตรียมพิจารณาการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทย กล่าวในรายการ NBT มีทางออก ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. ที่หลายคนกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้น ว่า MOA เกิดขึ้นก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งมีการทำความเข้าใจตรงกัน เมื่อเป็นเงื่อนไขที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเรายังมีอยู่เหมือนเดิมอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะทำตามข้อจำกัดที่มี
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากเลือก สสร.ไม่ได้โดยตรง เรายังมีวิธี เช่น เลือกตั้งเลือกกลุ่มคณะบุคคลขึ้นมาเลือกสสร. หรือเสนอรายชื่อให้รัฐสภาเลือก สามารถทำได้และน่าจะเป็นที่ยอมรับได้ด้วย ภายใต้เงื่อนไขนี้เพื่อให้งานสำเร็จ ซึ่งในสัปดาห์นี้จะนัดพูดคุยกับพรรคประชาชนอีกครั้ง โดยจะเสนอจะเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในวาระแรกให้ทันในสมัยประชุมนี้ เพื่อให้กรรมาธิการไปทำงานช่วงปิดสมัยประชุม และนำมาพิจารณาต่อในวาระ 2 และวาระ 3 ซึ่งภูมิใจไทยจะทำร่างเสนออีก 1 ร่าง
ส่วนหนักใจในการเดินหน้าแก้ไขหรือไม่ ในเวลาที่จำกัด รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญอาจจะดูเหมือนมาเร่งทำในช่วง 4 เดือนนี้ เพราะเรารู้ว่าวันสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้จะเป็นเมื่อไร ต่างกับที่ผ่านมาที่อายุรัฐบาลจะเหลืออีก 2 ปีจึงไม่ได้เร่งทำและรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาภูมิใจไทยยืนยันมาตลอดว่าจะแก้ทั้งหมด โดยมีสสร. และยื่นแก้มาตรา 256 ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ไม่ผ่าน เพราะเชื่อว่ถ้าแก้รายมาตรา หากสส.แก้กันเอง สุดท้ายจะได้แก้แต่ระบบเลือกตั้ง ทั้งนี้คิดว่าการมีสสร.ขึ้นแล้วร่างรัฐธรรมูญใหม่ทั้งฉบับ มีความเป็นไปสูงมาก เพราะทุกฝ่ายเห็นเหมือนกันว่าต้องเดินหน้าแก้มาตรา 256 และมีสสร.
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีความกังวลจะมีความเสี่ยงหรือติดเงื่อนไขในส่วนของ สว.หรือไม่นั้น ตนคิดว่า สว.จะโหวตหรือไม่อยู่ที่เนื้อหาที่คิดว่าไปกันได้ สว.ก็คงไม่ปฎิเสธ ที่ผ่านมามีการไปตัดอำนาจสว.จึงไม่โหวตให้ และถึงแม้กระแสสังคมจะมีคำถามว่าเราจะเบี้ยว จะยื้อ จะยุบหรือไม่ พรรคภูมิใจไทยมีความตั้งใจจะทำตามเงื่อนไข การได้เสียงสว.อยู่ที่เงื่อนไขตกลงทั้ง 4 ฝ่ายคือ สส.3 ฝ่าย และสว. ถ้าเนื้อหากลมกลืนไปด้วยกันได้ เพื่อให้กลไกลเดินหน้าได้ ภูมิใจไทยมองว่าเป็นไปได้แน่นอน
"เราทราบว่าสังคมมีความกังวลว่ารัฐธรรมนูญจะได้แก้หรือไม่ จะยุบสภาตามที่ตกลงเอาไว้หรือไม่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะรับรู้ถึงความพยายามที่เราสื่อสารออกมาตลอด ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นไปตามข้อตกลงทุกประการ และเรามีความตั้งใจทำเต็มที่ให้สบายใจได้ ทั้งเรื่องการแก้รธน. ยุบสภา 4 เดือนหลังแถลงนโยบายแน่นอน" นายสิริพงศ์ กล่าว
15 กันยายน 2568 เวลา 13:36
ย้ำจุดยืน เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตามโรดแมป
MOA ไม่สะดุด! "สิริพงศ์" ย้ำจุดยืน เดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญตามโรดแมป ยันยุบสภาตามข้อตกลงใน 4 เดือน
วันที่ 15 กันยายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานเตรียมพิจารณาการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทย กล่าวในรายการ NBT มีทางออก ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. ที่หลายคนกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้น ว่า MOA เกิดขึ้นก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งมีการทำความเข้าใจตรงกัน เมื่อเป็นเงื่อนไขที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเรายังมีอยู่เหมือนเดิมอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะทำตามข้อจำกัดที่มี
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากเลือก สสร.ไม่ได้โดยตรง เรายังมีวิธี เช่น เลือกตั้งเลือกกลุ่มคณะบุคคลขึ้นมาเลือกสสร. หรือเสนอรายชื่อให้รัฐสภาเลือก สามารถทำได้และน่าจะเป็นที่ยอมรับได้ด้วย ภายใต้เงื่อนไขนี้เพื่อให้งานสำเร็จ ซึ่งในสัปดาห์นี้จะนัดพูดคุยกับพรรคประชาชนอีกครั้ง โดยจะเสนอจะเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในวาระแรกให้ทันในสมัยประชุมนี้ เพื่อให้กรรมาธิการไปทำงานช่วงปิดสมัยประชุม และนำมาพิจารณาต่อในวาระ 2 และวาระ 3 ซึ่งภูมิใจไทยจะทำร่างเสนออีก 1 ร่าง
ส่วนหนักใจในการเดินหน้าแก้ไขหรือไม่ ในเวลาที่จำกัด รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญอาจจะดูเหมือนมาเร่งทำในช่วง 4 เดือนนี้ เพราะเรารู้ว่าวันสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้จะเป็นเมื่อไร ต่างกับที่ผ่านมาที่อายุรัฐบาลจะเหลืออีก 2 ปีจึงไม่ได้เร่งทำและรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาภูมิใจไทยยืนยันมาตลอดว่าจะแก้ทั้งหมด โดยมีสสร. และยื่นแก้มาตรา 256 ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ไม่ผ่าน เพราะเชื่อว่ถ้าแก้รายมาตรา หากสส.แก้กันเอง สุดท้ายจะได้แก้แต่ระบบเลือกตั้ง ทั้งนี้คิดว่าการมีสสร.ขึ้นแล้วร่างรัฐธรรมูญใหม่ทั้งฉบับ มีความเป็นไปสูงมาก เพราะทุกฝ่ายเห็นเหมือนกันว่าต้องเดินหน้าแก้มาตรา 256 และมีสสร.
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีความกังวลจะมีความเสี่ยงหรือติดเงื่อนไขในส่วนของ สว.หรือไม่นั้น ตนคิดว่า สว.จะโหวตหรือไม่อยู่ที่เนื้อหาที่คิดว่าไปกันได้ สว.ก็คงไม่ปฎิเสธ ที่ผ่านมามีการไปตัดอำนาจสว.จึงไม่โหวตให้ และถึงแม้กระแสสังคมจะมีคำถามว่าเราจะเบี้ยว จะยื้อ จะยุบหรือไม่ พรรคภูมิใจไทยมีความตั้งใจจะทำตามเงื่อนไข การได้เสียงสว.อยู่ที่เงื่อนไขตกลงทั้ง 4 ฝ่ายคือ สส.3 ฝ่าย และสว. ถ้าเนื้อหากลมกลืนไปด้วยกันได้ เพื่อให้กลไกลเดินหน้าได้ ภูมิใจไทยมองว่าเป็นไปได้แน่นอน
"เราทราบว่าสังคมมีความกังวลว่ารัฐธรรมนูญจะได้แก้หรือไม่ จะยุบสภาตามที่ตกลงเอาไว้หรือไม่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะรับรู้ถึงความพยายามที่เราสื่อสารออกมาตลอด ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นไปตามข้อตกลงทุกประการ และเรามีความตั้งใจทำเต็มที่ให้สบายใจได้ ทั้งเรื่องการแก้รธน. ยุบสภา 4 เดือนหลังแถลงนโยบายแน่นอน" นายสิริพงศ์ กล่าว
วันที่ 15 กันยายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ในฐานะคณะทำงานเตรียมพิจารณาการจัดทำประชามติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทย กล่าวในรายการ NBT มีทางออก ถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเรื่อง สสร. ที่หลายคนกังวลว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่เกิดขึ้น ว่า MOA เกิดขึ้นก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งมีการทำความเข้าใจตรงกัน เมื่อเป็นเงื่อนไขที่เราไม่สามารถควบคุมได้ แต่ความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าเรายังมีอยู่เหมือนเดิมอย่างเต็มเปี่ยม ที่จะทำตามข้อจำกัดที่มี
นายสิริพงศ์ กล่าวว่า หากเลือก สสร.ไม่ได้โดยตรง เรายังมีวิธี เช่น เลือกตั้งเลือกกลุ่มคณะบุคคลขึ้นมาเลือกสสร. หรือเสนอรายชื่อให้รัฐสภาเลือก สามารถทำได้และน่าจะเป็นที่ยอมรับได้ด้วย ภายใต้เงื่อนไขนี้เพื่อให้งานสำเร็จ ซึ่งในสัปดาห์นี้จะนัดพูดคุยกับพรรคประชาชนอีกครั้ง โดยจะเสนอจะเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาในวาระแรกให้ทันในสมัยประชุมนี้ เพื่อให้กรรมาธิการไปทำงานช่วงปิดสมัยประชุม และนำมาพิจารณาต่อในวาระ 2 และวาระ 3 ซึ่งภูมิใจไทยจะทำร่างเสนออีก 1 ร่าง
ส่วนหนักใจในการเดินหน้าแก้ไขหรือไม่ ในเวลาที่จำกัด รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก่าวว่า การแก้รัฐธรรมนูญอาจจะดูเหมือนมาเร่งทำในช่วง 4 เดือนนี้ เพราะเรารู้ว่าวันสุดท้ายของรัฐบาลชุดนี้จะเป็นเมื่อไร ต่างกับที่ผ่านมาที่อายุรัฐบาลจะเหลืออีก 2 ปีจึงไม่ได้เร่งทำและรอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาภูมิใจไทยยืนยันมาตลอดว่าจะแก้ทั้งหมด โดยมีสสร. และยื่นแก้มาตรา 256 ตั้งแต่สมัยรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ไม่ผ่าน เพราะเชื่อว่ถ้าแก้รายมาตรา หากสส.แก้กันเอง สุดท้ายจะได้แก้แต่ระบบเลือกตั้ง ทั้งนี้คิดว่าการมีสสร.ขึ้นแล้วร่างรัฐธรรมูญใหม่ทั้งฉบับ มีความเป็นไปสูงมาก เพราะทุกฝ่ายเห็นเหมือนกันว่าต้องเดินหน้าแก้มาตรา 256 และมีสสร.
นายสิริพงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนที่มีความกังวลจะมีความเสี่ยงหรือติดเงื่อนไขในส่วนของ สว.หรือไม่นั้น ตนคิดว่า สว.จะโหวตหรือไม่อยู่ที่เนื้อหาที่คิดว่าไปกันได้ สว.ก็คงไม่ปฎิเสธ ที่ผ่านมามีการไปตัดอำนาจสว.จึงไม่โหวตให้ และถึงแม้กระแสสังคมจะมีคำถามว่าเราจะเบี้ยว จะยื้อ จะยุบหรือไม่ พรรคภูมิใจไทยมีความตั้งใจจะทำตามเงื่อนไข การได้เสียงสว.อยู่ที่เงื่อนไขตกลงทั้ง 4 ฝ่ายคือ สส.3 ฝ่าย และสว. ถ้าเนื้อหากลมกลืนไปด้วยกันได้ เพื่อให้กลไกลเดินหน้าได้ ภูมิใจไทยมองว่าเป็นไปได้แน่นอน
"เราทราบว่าสังคมมีความกังวลว่ารัฐธรรมนูญจะได้แก้หรือไม่ จะยุบสภาตามที่ตกลงเอาไว้หรือไม่ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร ในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาน่าจะรับรู้ถึงความพยายามที่เราสื่อสารออกมาตลอด ขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าเป็นไปตามข้อตกลงทุกประการ และเรามีความตั้งใจทำเต็มที่ให้สบายใจได้ ทั้งเรื่องการแก้รธน. ยุบสภา 4 เดือนหลังแถลงนโยบายแน่นอน" นายสิริพงศ์ กล่าว