'30 กันนายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลุกชี้แจงกลางสภา หลังถูก น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายพาดพิงว่ามีความสัมพันธ์รู้เห็นกับสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา โดยย้ำหนักแน่นว่าเป็นการสร้างวาทกรรม ของฝ่ายค้าน และไม่มีข้อเท็จจริงใดรองรับ
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเพิ่งมีโอกาสพบสมเด็จฮุน เซน อย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะติดตาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนกัมพูชา และไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำกัมพูชาคนใดเลย ไม่มีลุง ไม่มีอังเคิล
สำหรับกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามี ข้อตกลงเบื้องหลัง นายอนุทินปฏิเสธชัดเจน โดยเล่าว่าหลังเดินทางกลับจากกัมพูชา เพื่อนที่รู้จักกันโทรมาบอกว่า “รู้ไหมที่เขาไม่ให้คุณเข้าไปในที่ประชุมหลายที่ เขาไปแจ้งผู้นำเขาว่า ไม่ต้องคุยอะไรกับคุณมากหรอก เขาจะปลดคุณออกจาก มท.1 อยู่แล้ว” ซึ่งภายหลังก็ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยต้องการกระทรวงมหาดไทยคืนจริง
นายกฯ ยังตอบ น.ส.จิราพร ที่ระบุว่า เป็นผู้ต้องหา ว่าเป็นการบิดเบือน เพราะขณะนี้เพียงอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาและได้ให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมเต็มที่ พร้อมท้าทายให้ตรวจสอบกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง
ตอนหนึ่ง นายอนุทินได้ตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายค้านว่าทำไมต้องพยายามผูกโยงตนกับผู้นำกัมพูชา ทั้งที่ความจริงไม่มีแม้แต่เส้นสายส่วนตัว พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านกำลังทำคือการสร้างวาทกรรมเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่ไม่สามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงได้
30 กันยายน 2568 เวลา 12:28
‘อนุทิน’ แจง พท. ปมโยงสัมพันธ์ “ฮุน เซน” ย้ำไม่เคยรู้จักส่วนตัว ชี้เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง
‘อนุทิน’ แจง พท. ปมโยงสัมพันธ์ “ฮุน เซน” ย้ำไม่เคยรู้จักส่วนตัว ชี้เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมือง
'30 กันนายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลุกชี้แจงกลางสภา หลังถูก น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายพาดพิงว่ามีความสัมพันธ์รู้เห็นกับสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา โดยย้ำหนักแน่นว่าเป็นการสร้างวาทกรรม ของฝ่ายค้าน และไม่มีข้อเท็จจริงใดรองรับ
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเพิ่งมีโอกาสพบสมเด็จฮุน เซน อย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะติดตาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนกัมพูชา และไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำกัมพูชาคนใดเลย ไม่มีลุง ไม่มีอังเคิล
สำหรับกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามี ข้อตกลงเบื้องหลัง นายอนุทินปฏิเสธชัดเจน โดยเล่าว่าหลังเดินทางกลับจากกัมพูชา เพื่อนที่รู้จักกันโทรมาบอกว่า “รู้ไหมที่เขาไม่ให้คุณเข้าไปในที่ประชุมหลายที่ เขาไปแจ้งผู้นำเขาว่า ไม่ต้องคุยอะไรกับคุณมากหรอก เขาจะปลดคุณออกจาก มท.1 อยู่แล้ว” ซึ่งภายหลังก็ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยต้องการกระทรวงมหาดไทยคืนจริง
นายกฯ ยังตอบ น.ส.จิราพร ที่ระบุว่า เป็นผู้ต้องหา ว่าเป็นการบิดเบือน เพราะขณะนี้เพียงอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาและได้ให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมเต็มที่ พร้อมท้าทายให้ตรวจสอบกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง
ตอนหนึ่ง นายอนุทินได้ตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายค้านว่าทำไมต้องพยายามผูกโยงตนกับผู้นำกัมพูชา ทั้งที่ความจริงไม่มีแม้แต่เส้นสายส่วนตัว พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านกำลังทำคือการสร้างวาทกรรมเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่ไม่สามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงได้
'30 กันนายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลุกชี้แจงกลางสภา หลังถูก น.ส.จิราพร สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายพาดพิงว่ามีความสัมพันธ์รู้เห็นกับสมเด็จฮุน เซน ผู้นำกัมพูชา โดยย้ำหนักแน่นว่าเป็นการสร้างวาทกรรม ของฝ่ายค้าน และไม่มีข้อเท็จจริงใดรองรับ
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเพิ่งมีโอกาสพบสมเด็จฮุน เซน อย่างเป็นทางการครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ขณะติดตาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนกัมพูชา และไม่เคยมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้นำกัมพูชาคนใดเลย ไม่มีลุง ไม่มีอังเคิล
สำหรับกรณีที่ถูกกล่าวหาว่ามี ข้อตกลงเบื้องหลัง นายอนุทินปฏิเสธชัดเจน โดยเล่าว่าหลังเดินทางกลับจากกัมพูชา เพื่อนที่รู้จักกันโทรมาบอกว่า “รู้ไหมที่เขาไม่ให้คุณเข้าไปในที่ประชุมหลายที่ เขาไปแจ้งผู้นำเขาว่า ไม่ต้องคุยอะไรกับคุณมากหรอก เขาจะปลดคุณออกจาก มท.1 อยู่แล้ว” ซึ่งภายหลังก็ปรากฏว่า พรรคเพื่อไทยต้องการกระทรวงมหาดไทยคืนจริง
นายกฯ ยังตอบ น.ส.จิราพร ที่ระบุว่า เป็นผู้ต้องหา ว่าเป็นการบิดเบือน เพราะขณะนี้เพียงอยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาและได้ให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมเต็มที่ พร้อมท้าทายให้ตรวจสอบกับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยตรง
ตอนหนึ่ง นายอนุทินได้ตั้งคำถามกลับไปยังฝ่ายค้านว่าทำไมต้องพยายามผูกโยงตนกับผู้นำกัมพูชา ทั้งที่ความจริงไม่มีแม้แต่เส้นสายส่วนตัว พร้อมย้ำว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านกำลังทำคือการสร้างวาทกรรมเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่ไม่สามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงได้