11 ตุลาคม 2568 เวลา 17:22
“อนุทิน” นำทีมประชุมใหญ่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
“อนุทิน” นำทีมประชุมใหญ่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กำชับหยุดเหตุร้ายก่อนเกิด – เน้นกฎหมายต้องเป็นกฎหมาย สร้างสันติสุขยั่งยืนชายแดนใต้

วันที่ 11 ตุลาคม 2568 เมื่อเวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานการประชุมติดตามการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และแผนปฏิบัติการปีงบประมาณ 2569 ณ ห้องประชุม 1 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร อ.ยะรัง จ.ปัตตานี โดยมีแม่ทัพภาคที่ 4 หัวหน้าส่วนราชการ ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้แทนภาคประชาชนเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายสำคัญ 3 ประการคือ
1. วางมาตรการเชิงรุก หยุดเหตุร้ายก่อนเกิด โดยเน้นให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงป้องกันและมีแผนบูรณาการที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่
2. ย้ำ “กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย” ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียม คุ้มครองประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขณะเดียวกันต้องดำเนินคดีผู้กระทำผิดและผู้ใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กระบวนการยุติธรรมเป็นที่ศรัทธาของทุกฝ่าย
3. เพิ่มความร่วมมือในการลาดตระเวน ตรวจตรา และดูแลชุมชน โดยให้ทุกหน่วยงานประสานการทำงานอย่างใกล้ชิด ลดช่องว่างของการบังคับใช้กฎหมาย และเน้นย้ำว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับอธิปไตยของชาติ”

นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลต้องการเห็นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย—ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และประชาชน—ทำงานเป็นหนึ่งเดียวเพื่อรักษาความสงบและความปลอดภัยของพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดนราธิวาสที่มีสภาพภูมิประเทศซับซ้อนและเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ต้องควบคุมช่องทางธรรมชาติไม่ให้กลุ่มผู้ก่อเหตุใช้ลักลอบข้ามแดน

นายกรัฐมนตรีระบุว่า “ความมั่นคงที่แท้จริง คือเมื่อพี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้โดยปราศจากความหวาดระแวง และรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่รัฐคือที่พึ่งของเขาอย่างแท้จริง” พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครองลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน เสริมสร้างความไว้วางใจ และยึดโยงกับภารกิจพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ยกระดับคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพและรายได้ให้ประชาชนในพื้นที่
นายอนุทินยังยกตัวอย่างความร่วมมือระหว่างศาสนาในพื้นที่ โดยเล่าถึงเหตุการณ์ที่ตนเคยพบ “อิหม่ามนวดให้พระสงฆ์” ที่โรงพยาบาลเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความประทับใจและสะท้อนพลังของสังคมพหุวัฒนธรรมในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมระบุว่า “ถ้าเราสามารถสร้างค่านิยมเช่นนี้ให้เป็นกระแส จะช่วยลดความขัดแย้งทางเชื้อชาติศาสนา และนำไปสู่สันติสุขที่ยั่งยืนได้”

นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้กำหนดกรอบนโยบายบริหารและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ทุกหน่วยงานนำไปใช้เป็นแนวทางหลัก พร้อมแต่งตั้ง พลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิดา เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขคนใหม่ โดยนายอนุทินย้ำว่า “การพูดคุยคือหัวใจสำคัญในการลดเหตุรุนแรงและสร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน”
ท้ายที่สุด นายกรัฐมนตรีขอบคุณทุกหน่วยงานที่สละเวลามาร่วมประชุมในวันหยุดราชการ พร้อมย้ำว่า “สิ่งสำคัญไม่ใช่เนื้อหาที่ประชุม แต่คือความเข้าใจ ความไว้วางใจ และความสมานฉันท์ในการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะเป็นพลังที่ทำให้ฝ่ายที่คิดไม่ดีกับประเทศต้องสลายความคิดไป”
นายอนุทินยืนยันว่ารัฐบาลพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกหน่วยในพื้นที่อย่างเต็มที่ เพื่อสร้าง “ชายแดนใต้ที่มั่นคง ปลอดภัย และสงบสุขอย่างยั่งยืน”