ประเทศไทยพร้อมสร้างประวัติศาสตร์ เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันแบดมินตันระดับสูงสุดของโลก 3 รายการใหญ่ HSBC BWF World Tour

ประเทศไทยพร้อมสร้างประวัติศาสตร์ เป็นเจ้าภาพจัดแข่งขันแบดมินตันระดับสูงสุดของโลก 3 รายการใหญ่ HSBC BWF World Tour

วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม 2563 เวลา 14.00 น.  ณ ห้องประชุม ชั้น 25 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย​นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการคณะกรรมการโอลิมปิกสากล รองประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และนายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย​ นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ร่วมแถลงข่าวการจัดการแข่งขันแบดมินตันระดับสูงสุดของโลก 3 รายการ เอชเอสบีซี บีดับเบิ้ลยูเอฟ เวิลด์ ทัวร์ (HSBC BWF World Tour) ขณะที่ มร.พอล อิริค โฮเยอร์ ประธานสหพันธ์แบดมินตันโลก และ มร.โธมัส ลุนด์ เลขาธิการสหพันธ์แบดมินตันโลก วีดีโอ คอนเฟอร์เรนซ์ ในงานแถลงข่าวนี้ด้วย ภายในงานได้มีพิธีลงนามการจัดการแข่งขัน HSBC BWF World Tour ระหว่างสหพันธ์แบดมินตันโลกกับสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์ โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนาม  สมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์  ได้รับสิทธิ์ในการจัดการแข่งขันระดับสูงสุดของวงการแบดมินตัน โดยจัดการแข่งขันแบดมินตัน BWF สามรายการในประเทศไทย  ดังนี้ 1.YONEX Thailand Open (Super 1000) ระหว่างวันที่ 12 - 17 มกราคม 2564 เงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 2.TOYOTA Thailand Open (Super 1000) ระหว่างวันที่ 19 - 24 มกราคม 2564 เงินรางวัลรวม 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 3.HSBC World Tour Finals ระหว่างวันที่ 27 - 31 มกราคม 2564 เงินรางวัลรวม 1.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา  กล่าวว่า “การแข่งขันแบดมินตันในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและยังเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาชั้นนำ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่มุ่งพัฒนาและบูรณาการด้านการท่องเที่ยวและกีฬา นอกจากนี้ การจัดการแข่งขันแบดมินตันระดับโลกทั้งสามรายการดังกล่าว ยังสามารถเป็นบรรทัดฐานให้กับการจัดการแข่งขันกีฬาอื่นๆในประเทศไทย อีกด้วย” คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กล่าวว่า “นับเป็นเกียรติและมีความสำคัญต่อประเทศไทยอย่างมาก ด้วยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์แบดมินตันโลกที่มีการแข่งขันระดับสูงสุดในประเทศเดียวกัน โดยมีนักกีฬาแบดมินตันยอดฝีมือ เฉพาะมืออันดับโลก BWF World Ranking 1-40 พร้อมทีมงาน 500-600 คน เดินทางมาร่วมการแข่งขัน ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดไปยังผู้ชมประมาณ 1,000 ล้านครัวเรือนทั่วโลก จึงเป็นโอกาสอันดียิ่งในการสร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพด้านการสาธารณสุขของประเทศไทย และศักยภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาระดับสูงสุดของโลก สร้างความภาคภูมิใจให้แก่ประชาชนชาวไทย ที่รายการแข่งขันระดับโลกถึง 3 รายการ จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศเดียว คือประเทศไทย และนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โลกด้วย รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชนไทย ให้เกิดความสนใจและเกิดความตื่นตัวกับการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา ทั้งในเชิงสันทนาการและเพื่อเป็นอาชีพ ซึ่งเป็นการสอดรับกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการกีฬา ทั้งเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซามานานจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อีกด้วย” “ขอขอบพระคุณรัฐบาลไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี  ศบค. (ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019) กรมควบคุมโรค การกีฬาแห่งประเทศไทย กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ และบรรดาผู้ให้การสนับสนุน ทั้ง TOYOTA , Yonex ที่ได้ร่วมให้การสนับสนุนการแข่งขันกีฬาแบดมินตันครั้งประวัติศาสตร์ของโลกให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ภายใต้การควบคุมที่เข้มงวด เพื่อความปลอดภัย และสุขภาพอนามัยของทุกคน นอกจากนี้ การบริหารจัดการในการแข่งขันทั้ง 3 รายการนี้ จะได้นำไปใช้เป็นต้นแบบในการดำเนินการ Quarantine รูปแบบต่าง ๆ” ดร.ก้องศักด กล่าวว่า  การกีฬาแห่งประเทศไทย พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนการจัดการแข่งขันทั้งสามรายการดังกล่าวอย่างเต็มที่ ในด้านงบประมาณจัดการแข่งขันจากจะใช้งบกลาง และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจและแผนยุทธศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศไทย (พ.ศ. 2564 - 2570) ในการส่งเสริม สนับสนุนการจัดกิจกรรมและการแข่งขันกีฬา เพื่อสร้างโอกาสและประสบการณ์ให้กับนักกีฬา, บุคลากรกีฬา รวมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ นอกจากนี้ การจัดการแข่งขันแบดมินตันระดับโลกทั้งสามรายการ ยังนับเป็นโอกาสดีที่บุคคลสำคัญด้านการกีฬา และการสาธารณสุข ได้มาร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการกักตัว สำหรับนักกีฬาต่างชาติที่เดินทางมาร่วมการแข่งขัน และนี่จะเป็นแนวปฏิบัติที่ดีสำหรับการจัดการแข่งขนกีฬาแบบ “New Normal” และจะเป็นการ “รีสตาร์ท” วงการกีฬาไทยเพื่อให้ทุกชนิดกีฬาสามารถกลับมาดำเนินกิจกรรมได้อีกครั้ง