
18 ตุลาคม 2562 เวลา 04:02
"กรวีร์" ส.ส.อ่างทอง พลิกโฉมการศึกษาไทย เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา สร้างความเท่าเทียม
นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ จ.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 โดยได้นำ 1 ในนโยบายหลัก 12 ข้อ ที่รัฐบาลได้กำหนดไว้ก็คือ เรื่องของการปฏิรูปของการเรียนรู้ และ การพัฒนาศักยภาพของคนไทย ทุกช่วงวัย โดยระบุว่า จะพัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ ผ่านระบบดิจิทัล ที่จะใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศระบบใหม่ เพื่อใช้การเรียนการสอนแบบออนไลน์ เพื่อให้คนทั้งประเทศเข้าถึงการศึกษาได้อย่างเท่าเทียม เสมอภาค เป็นการศึกษาสำหรับทุกคน ศึกษาทุกที่ทุกเวลา และจะต้องเตรียมความพร้อมคนไทยก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วย
รัฐบาลนั้นได้ตั้งยุทธศาสตร์ไว้ 6 ด้าน 59 แผนงานก็พบว่ายุทธศาสตร์ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับนโยบาย น่าจะอยู่ในยุทธศาสตร์ที่ 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้าง ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในแผ่นแรกการพัฒนา คุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ ต้องขอบคุณรัฐบาลจัดสรรเงินงบประมาณมา 1,305 ล้านบาท
สำหรับ 1,305 ล้านบาท จำนวนเงินจะมากหรือน้อยก็ต้องมีการเปรียบเทียบเปรียบเทียบง่ายๆ เปรียบเทียบกับในหมวดแรก เป็นแผนยุทธศาสตร์แรกของรัฐบาลชุดนี้นะครับอยู่ในเล่มเดียวกัน ยุทธศาสตร์ของความมั่นคง แผนที่ 2 การรักษาความสงบภายในประเทศท่านงบประมาณไว้ 34,000 ล้านบาท ในแผนพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศและ ความพร้อม เผชิญภัยคุกคามทุกมิติตั้งงบประมาณไว้ 88,718 ล้านบาท การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ตั้งงบประมาณไว้ 15,324 ล้านบาท นี่จึงเป็นคำตอบ เมื่องบประมาณมีอย่างจำกัด ในการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้น แน่นอนว่า ต้องจัดลำดับ ความสำคัญตามความเร่งด่วน ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าความมั่นคงที่ได้ยกขึ้นมา 2-3 แผนงานนั้น มีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย แต่หากจะสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนให้กับประเทศ และต้องการความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชน ใช่หรือไม่ เราควรที่จะสร้างความมั่นคงให้ความรู้ เราควรที่จะสร้างความมั่นคงทักษะใหม่ๆให้กับพี่น้องประชาชน และเราควรที่จะสร้างความมั่นคงเรื่องความสามารถในการสร้างอาชีพ ในการสร้างรายได้ ในการสร้างศักยภาพในการแข่งขันเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนของพวกเรา เชื่อว่าการสร้างความมั่นคงให้กับประเทศเพื่อที่จะให้ประเทศไทยยืนอยู่บนโลกในยุคศตวรรษที่ 21 ได้นั้น อาวุธที่ดีที่สุด คือการติดอาวุธทางปัญญาให้กับพี่น้องประชาชนครับ นั่นคืออาวุธเหนือสิ่งอื่นใด รัฐบาลควรที่จะทุ่มเทงบประมาณในการสร้างอาวุธให้กับพี่น้องประชาชนภายในประเทศ นายกรวีร์ กล่าว
นอกจากนี้นายกรวีร์ ยังเสนอความคิดเห็น ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา การเรียนรู้ เพื่อที่จะเตรียมความพร้อมให้กับ คนไทยในการก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เรื่องการศึกษา เรื่องการเรียนแบบออนไลน์ เรื่องการเรียนออนไลน์นั้นเป็นหนึ่งในนโยบายหลัก ของพรรคภูมิใจไทยที่พยายามจะผลักดัน หาเสียง เพื่อที่จะให้คำมั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนเอาไว้ และก็ดีใจ ที่หนึ่งในนโยบายหลักของพรรคนั้นได้ถูกบรรจุไว้ในนโยบายของรัฐบาล สิ่งที่เราตั้งใจ พี่จะทำเรื่องเรียนออนไลน์นั้น เพราะเราตระหนักดีครับ เรากำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างใหญ่หลวง โรงเรียน มหาวิทยาลัย สถานศึกษาของพวกเรากำลังจะถูก Disrupt จากเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว รุนแรง และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ในขณะเดียวกันบนความท้าทายเหล่านั้น เราเห็นโอกาสมาก ถ้าหากว่าใช้การเรียนออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มใหม่ๆทางการศึกษานั้น จะเป็นโอกาสที่สำคัญที่จะช่วยในการลดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำ และขยายโอกาสเพิ่มทางเลือกในการเรียนรู้ตามความถนัดของพี่น้องประชาชนในแต่ละคน ในแต่ละด้าน และเราเห็นโอกาสในการพลิกโฉมการศึกษาของไทย การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาใหม่ๆเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปสามารถที่จะเข้าถึงการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพได้มากขึ้นต่อไปในอนาคต
นายกรวีร์ ยังกล่าวขอบคุณ ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ส.ส. จากพรรคเดียวกัน ได้ให้ข้อมูลเชิงลึก เพราะท่านมีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้ ทำให้ทราบว่าในปัจจุบันนี้ ในมหาวิทยาลัย สถาบันการศึกษาทั่วโลก ที่เป็นที่ยอมรับ หลายสถาบันทั่วโลกนั้นได้มีการนำเอาเรื่องของการจัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์เอามาใช้ อย่างเป็นรูปประธรรมอย่างชัดเจนแล้ว การเรียนการสอนแบบออนไลน์ ทำให้ข้อจำกัดที่เราเคยมี ทั้งเรื่องของบประมาณ ทั้งเรื่องของการที่สถานศึกษาที่คนที่จะเข้าสู่การศึกษาอยู่ในสถานที่กันดารหมดไป และสามารถจะจัดการที่จะจัดการศึกษา ที่มีคุณภาพ ที่เท่าเทียมกัน และสามารถที่จะทำให้คนจำนวนให้คนจำนวนมากเข้าถึงการศึกษาได้อย่างพร้อมเพียงกัน ในเวลาเดียวกันด้วย