"รุ่งโรจน์ ทองศรี" ส.ส.บุรีรัมย์ ชม สธ.ไทย จัดการและแก้วิกฤตโควิด-19 ได้ดี ชี้ ! รัฐ ควรเพิ่มเงินให้ สธ. และ ขอฝนเทียม เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง จ.บุรีรัมย์

"รุ่งโรจน์ ทองศรี" ส.ส.บุรีรัมย์ ชม สธ.ไทย จัดการและแก้วิกฤตโควิด-19 ได้ดี ชี้ ! รัฐ ควรเพิ่มเงินให้ สธ. และ ขอฝนเทียม เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำแล้ง จ.บุรีรัมย์

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ส.ส.จังหวัดบุรีรัมย์ เขต 8 หารือในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 1 วาระพิเศษ ประจำวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เพื่อพิจารณา พ.ร.ก. กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นวาระด่วน วันที่ 2 " เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ระบาดไปทั่วโลก และในประเทศไทย ที่เริ่มระบาดเข้ามาตั้งแต่เดือนมกราคม ซึ่งขณะนั้นเราไม่มั่นใจว่าจะสามารถควบคุมป้องกันได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องขอชื่นชมรัฐบาล ทุกภาคส่วนที่ร่วมด้วยช่วยกัน แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์, โรงพยาบาล, รพ.สต. และที่สำคัญที่สุดพี่ คือ อสม. ซึ่งเป็นผู้ปิดทองหลังพระ ผู้ที่มีจิตอาสาทำงานในการดูแลเรื่องของสุขภาพพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ทำงานร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตามชนบทจะเห็นว่าทุกหมู่บ้านมีการตั้งจุดตรวจวัดไข้ในหมู่บ้าน โดยมีพี่น้องอสม. เดินเอกซเรย์คัดกรองทุกคนในหมู่บ้าน ใครกลับจากต่างจังหวัด จะมีการดูแลเป็นพิเศษ มีการกักตัวเป็นเวลา 14 วัน จนทำให้เราสามารถที่จะควบคุมป้องกันได้เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราต้องสร้างขวัญกำลังใจ วางรากฐานให้กับหน่วยงานด้านสาธารณสุข แต่จากพ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท สัดส่วนที่ให้ทางสาธารณสุข ให้ทางการแพทย์กลับมีเพียงแค่ 45,000 ล้านบาท หรือถ้าเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ แค่ 4-5% เท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วในเรื่องของโควิด ที่เราทำได้ก็เพราะสาธารณสุข เพราะทางการแพทย์ ควรเพิ่มให้เป็น 9-10% หรือ 1แสนล้านบาท ดีไหม ? เพื่อวางรากฐาน วางโครงสร้าง และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับหน่วยงานทางการแพทย์ที่ได้ต่อสู้กับโควิดนี้มาโดยตลอด วันข้างหน้าอาจจะมีโรคอะไรมาอีก เราจะได้มีระบบการป้องกันที่ทันท่วงทีให้กับประเทศชาติ จึงขอฝากเรื่องสุขภาพ เรื่องสาธารณสุข เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด วันข้างหน้าจะเป็นจุดขายใหม่ของประเทศไทย ถ้าเรามีระบบสาธารณสุขที่ดี มีสุขภาพที่ดี เชื่อมั่นว่านักลงทุน นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะไหลเข้ามาในประเทศไทยของเรา จะทำให้การพัฒนาการฟื้นฟูประเทศไทยของเราไปได้ด้วยดี เรื่องที่ 2 เรื่องของการเยียวยา วันนี้รัฐบาลของเรามีหลายมาตรการ เช่นการช่วยเหลือเกษตรกร คนตกงาน แต่ปัญหาก็คือว่า พี่น้องที่อยู่ในชนบทไม่ค่อยรู้เรื่องคอมพิวเตอร์ และเรื่องของอินเทอร์เน็ต เกิดการตกหล่นเป็นจำนวนมาก เรื่องนี้ก็ต้องฝากกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะการเยียวยาเป็นเรื่องที่สำคัญกับประชาชน ถ้ามีการยาวเพิ่มขึ้นในวันข้างหน้า เป็นไปได้หรือไม่ ถ้าจะเยียวยาทุกครอบครัว หากใครที่เสียสละ หรือสละสิทธิ์ ก็นำไปลดหย่อนภาษีได้ และมีประกาศเกียรติคุณจากทางอำเภอ หรือจังหวัดให้กับบุคคลเหล่านั้น อีกหน่วยงานหนึ่งที่สำคัญที่ช่วยเหลือในเรื่องของโควิด-19 คือหน่วยงานท้องถิ่นอบต. เทศบาล ที่มีการดูแลในเรื่องของการบริการถุงยังชีพให้กับพี่น้องประชาชน เรื่องที่ 3 เรื่องของการฟื้นฟู ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เรื่องน้ำเป็นหัวใจหลักเป็นชีวิต ดังนั้นเราถือโอกาสวิกฤตนี้ ให้เป็นการวางรากฐาน วางระบบน้ำ ให้กับประเทศชาติของเรา ทำอย่างไรให้มีแหล่งน้ำทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ให้เพียงพอทั้งด้านการอุปโภค-บริโภค และทางด้านการเกษตรวันนี้เข้าหน้าฝนแล้ว ในจังหวัดบุรีรัมย์พื้นที่ต้นน้ำ ฝนยังไม่ตก อ.บ้านกรวด, อ.ละหานทราย, อ.โนนดินแดง, อ.ปะคำ ขอฝนเทียมด้วย นอกจากนี้ จากวิกฤตโควิด-19 บริษัทห้างร้านต่าง ๆ ปิดตัวเป็นจำนวนมาก พี่น้องตกงาน ไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ เราควรสร้างงานในชนบท ขอยกตัวอย่าง เช่น โครงการก่อสร้างถนนคอนกรีต ซึ่งโดยปกติเรามีหจก. มีผู้รับเหมา แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาเป็นการก่อสร้างถนนคอนกรีตโดยใช้แรงงานราษฎรเป็นหลัก ราษฎรนั้น ๆ มาช่วยกันก่อสร้าง ก็จะมีงาน มีรายได้ มีความภาคภูมิใจในการก่อสร้างถนนเพื่อบ้านของเขาเอง เขาไม่ต้องไปทำงานที่อื่น ดังนั้น เรื่องนี้ นอกจากในแผนฟื้นฟู 4แสนล้าน แล้ว อบต. เทศบาล หรืองบปี 64 อีกเรื่องหนึ่งคือ ที่จะเกิดการสร้างงานเพิ่มขึ้น วันนี้ห้วย-หนอง-คลอง-บึง มีผักตบชวามากมาย ถ้าให้พี่น้องประชาชน ช่วยกันลอกผักตบชวาในแต่ละชุมชน ก็จะเกิดการสร้างงานในพื้นที่ ดังนั้น ขอฝากไปถึงรัฐบาล เรื่องเงินกู้ 1ล้านล้านบาท ควรเพิ่มสัดส่วนให้สาธารณสุข ทางการแพทย์ เพิ่ม 1แสนล้านเพื่อวางรากฐาน เพื่อเสริมสร้างระบบ สาธารณสุขให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น และเพิ่มค่าตอบแทน ค่าบริการให้กับ อสม. ที่ทำงานหนักมาโดยตลอด ให้มีขวัญกำลังใจ และฝากพี่น้องกำนันผู้ใหญ่บ้านด้วยครับ" ส.ส.รุ่งโรจน์ กล่าว