“ส.ส.คงกฤษ” ตั้งข้อสังเกต จัดสรรงบด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แนะ รัฐ ควรทำ EEC ควบคู่ SEC ไปพร้อมกัน ดัน...ให้เกิดการกระจายรายได้ และการลงทุน

“ส.ส.คงกฤษ” ตั้งข้อสังเกต จัดสรรงบด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน แนะ รัฐ ควรทำ EEC ควบคู่ SEC ไปพร้อมกัน ดัน...ให้เกิดการกระจายรายได้ และการลงทุน

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ได้อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 จากการที่คณะรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติควบมารายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2564 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาท ซึ่งมีการจำแนกรายจ่ายต่าง ๆ ออกมา แล้วพัฒนาประเทศ ซึ่งมีรายจ่ายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ 6 ด้านรายการ โดยได้ตั้งข้อสังเกตยุทธศาสตร์ด้านที่ 2 คือ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายไว้เป็นจำนวน 402,310.9 ล้านบาท ในการเสนอร่างที่ว่า ให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ด้านการคมนาคม ด้านโลจิสติกส์ และเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เขตเศรษฐกิจพิเศษ และสร้างรายได้การท่องเที่ยวพัฒนาประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม อุตสาหกรรมบริการ และภาคการเกษตรดิจิทัล เหตุที่ตั้งข้อสังเกตเพราะว่า ไม่ได้กล่าวถึงเรื่อง แผนพัฒนาการสร้างระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้อย่างยั่งยืน หรือเรียกว่า SEC (Southern Economic Corridor) พื้นที่จังหวัดชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช โดยเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2561 พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สมัยที่เป็นนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ได้มีการลงพื้นที่จังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร เป็นการประชุมครม. สัญจร ได้มีมติในที่ประชุมว่า ให้สภาพพัฒน์ศึกษารายละเอียดความเหมาะสมของ 4 จังหวัด เพื่อเพิ่มโอกาสในการพัฒนากิจกรรมทางเศรษฐกิจ และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในส่วนนี้คิดว่าในการศึกษา และอนุมัติ เร่งรัดศึกษาหลาย ๆ ด้านของสภาพัฒน์ มีประเด็นที่สำคัญคือ การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ซึ่งในการพัฒนาระบบโลจิสติกส์นี้ มีการคมนาคม ถนน 4 เลน เป็นถนนหมายเลข 4 มายังจังหวัดระนอง ไปสู่จังหวัดฝั่งอันดามัน และจังหวัดสงขลา เป็นถนนหมายเลข 4 ซึ่งเป็นถนนดั้งเดิม และมีถนนหมายเลข 41 และ42 แต่สิ่งที่ตั้งเป็นประเด็นสำคัญ คือ การเชื่อมต่อรางรถไฟ ซึ่งสามารถเชื่อมต่อระหว่างภาคตะวันออก และตะวันตก หรือฝั่งอันดามันมาฝั่งอ่าวไทย จากชุมพร และระนอง ซึ่งถ้าหากสามารถดำเนินการในเรื่องรางรถไฟให้เกิดขึ้นได้ ก็จะทำให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการเชื่อมต่อของระบบ SEC ไปถึง EEC ได้ และสามารถที่จะพัฒนาต่อยอดในการส่งสินค้า การลงทุนระหว่างทะเลอันดามัน และอ่าวไทย อีกทั้งยังไปสู่กลุ่มประเทศมินเทคได้ เมื่อเกิดระบบโครงสร้างพื้นฐานพัฒนาคมนาคม ก็จะเกิดในเรื่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับโครงการของไทยแลนด์ริเวียร่าเช่นกัน นั่นคือการพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งภาคตะวันออก และตะวันตก จะทำให้เกิดการกระจายรายได้สู่ภาคประชาชนต่อไป นอกจากนี้ ในส่วนของคุณภาพชีวิต ชาวจังหวัดระนองทราบดีว่า จังหวัดระนอง มีน้ำแร่ที่ดีที่สุด และยังเป็นที่รู้จักของทุกคน ขณะเดียวกัน วันนี้จังหวัดระนอง ก็เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี จากภาครัฐ และประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่จังหวัดได้นำมาตรการของนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มาใช้ควบคุมในพื้นที่ของจังหวัด จึงทำให้ไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดต้นแบบของ Medical Hub ด้วยเช่นกัน นายคงกฤษ กล่าวด้วยว่า การที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ได้ชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณการพัฒนาในพื้นที่ของภาคใต้ ไม่ว่าจะเป็นด้านการคมนาคม ขนส่ง และระบบรางรถไฟ ที่ได้มีโครงการศึกษาออกแบบรถไฟมาจังหวัดชุมพร และระนอง ถือเป็นข่าวดีสำหรับคนระนอง และชุมพร อีกทั้งยังเป็นข่าวดีในอนาคต สำหรับ 14 จังหวัดภาคใต้อีกด้วย นอกจากนี้ นายคงกฤษ กล่าวทิ้งท้ายว่า การที่จะทำให้โครงการดี ๆ อย่าง SEC เกิดขึ้นได้ ควรที่จะทำควบคู่ไปกับ EEC เพื่อที่จะได้ต่อยอดโลกปัจจุบัน และอนาคต ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว สามารถที่จะผลักดันให้เกิดการกระจายรายได้ Economy Sharing ทำให้เกิดการลงทุน เติบโตในด้านเศรษฐกิจ ประเทศไทยจะมีการพัฒนา และประชาชนทั้งฝั่งอันดามัน และอ่าวไทย จะได้ประโยชน์ และเกิดการสร้างงานสร้างรายได้เพิ่มขึ้น