นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า กระทรวงสาธารณสุขไทย ได้มีความร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิดผ่านศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐด้านสาธารณสุข (TUC) และ AFRIMS มาอย่างต่อเนื่อง
ร่วมศึกษาวิจัยทดลองทางคลินิกโรคเขตร้อน การผลิตวัคซีน HIV และวัคซีนป้องกันไข้เลือดออก รวมทั้งตั้งแต่ช่วงแรกที่พบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ช่วยสืบค้นผู้สัมผัส และช่วยในการตรวจทางห้องปฏิบัติการหาเชื้อโควิด-19 ซึ่ง AFRIMS เป็นเครือข่ายห้องปฏิบัติการวิจัยทางการแพทย์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
จากนี้ ได้ให้ความสำคัญด้านการป้องกันและรักษาโควิด-19 ทั้งในเรื่องของแนวทางรักษา และการวิจัยวัคซีน
การหารือในวันนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษา และเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ที่มีประสิทธิภาพ ขอย้ำว่าทางการไทย ไม่ได้เจาะจงว่าต้องร่วมมือกับใคร เพราะรัฐบาลพร้อมร่วมมือกับทุกฝ่าย เพื่อเป้าหมายให้คนไทยได้รับวัคซีนในระยะเวลาที่รวดเร็ว บนพื้นฐานของความปลอดภัยสูงสุด
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า ได้ขอความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง ในการจัดการกลุ่มผู้ลักลอบเข้าเมือง เพื่อสกัดกั้นการระบาดของโควิด-19 ซึ่งเห็นว่าทางฝ่ายความมั่นคง จริงจังในเรื่องนี้ ล่าสุด ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ออกหนังสือ สั่งการให้จังหวัดตามแนวชายแดน เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันโควิด-19 แล้ว นอกจากนั้น ประเทศไทย ยังมี อสม.ที่ดูแลเรื่องการเฝ้าระวังในพื้นที่ ภาพรวม ประเทศไทยนับว่ามีประสิทธิภาพในการควบคุมการระบาด หลักการของเราคือ ตรวจให้เจอ รักษาให้เร็ว รักษาให้หาย

