
18 กันยายน 2563 เวลา 23:54
'ส.ส.ภราดร ปริศนานันทกุล' ชี้แจงสภาฯประเด็น ชี้! ยกเลิกสถานพยาบาล 64 แห่ง สังกัด สป.สช.เพราะเกิดทุจริต ย้ำ! งบประมาณเพียงพอต่อการใช้สิทธิ์
วันที่ 18 กันยายน 2563 นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และ ในฐานะกรรมาธิเสียงข้างมาก ชี้แจงสภาฯ ในประเด็น งบกระทรวงสาธารณสุขพ.ร.บ.งบประมาณปี2564 (มาตรา25)พร้อมยืนยันในมติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้! ยกเลิกสถานพยาบาล 64 แห่ง สังกัด สป.สช.เพราะเกิดทุริจ ย้ำ! งบประมาณเพียงพอต่อการใช้สิทธิ์ของประชาชน
นายภราดร กล่าวว่า ภายหลังการมีข้อซักถามจากเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในประเด็นการยกเลิก สถานพยาบาล 64 แห่งในกรุงเทพฯ ที่สังกัดอยู่ในสปสช. ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมากเนื่องจากเกิดการทุจริต จึงไม่แปลกที่ทางสปสช.จะยกเลิกสถาน พยาบาลดังกล่าว แต่ทั้งนี้ได้มีวิธีแก้ โดยให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ย้ายไปใช้สถานพยาบาลอื่น
สปสช.ตั้งงบประมาณน้อยเกินไป เนื่องจากขณะนี้มีผู้ที่เคยใช้สิทธิ์ประกันสังคม แต่ถูกเลิกจ้างงานได้หันมาใช้สิทธิ์ของสปสช. แทน ขณะนี้สปสช.ได้เสนอการปรับเพิ่มงบประมาณขึ้น โดยขอใช้งบประมาณเงินกู้ 4.5 หมื่นล้านบาท ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสภาพัฒน์นกำลังพิจารณา งบประมาณ 3 พันล้านบาท
สำหรับการลดความเหลื่อมล้ำของกองทุน 3 กองทุนคือกองทุนบัตรทอง กองทุนประกันสังคมและกองทุนข้าราชการ โดยกองทุนบัตรทองประมาณ 3,853 บาทต่อคน ส่วนกองทุนประกันสังคม ประมาณกว่า 3,900 บาทต่อคน ในส่วนของข้าราชการจะสูงมากกว่า 12,589 บาท เพราะต่อคน
ทั้งนี้กองทุนข้าราชการที่สูงกว่า 2 กองทุน เพราะ เป็นการควบรวมภายในครอบครัว ของข้าราชการด้วยทำอย่างไรปีนี้งบประมาณ 1,400 ล้านบาท ซึ่งบรรจุอยู่ในงบอุดหนุน เพื่อมาช่วยลดความเหลื่อมล้ำ
ทั้งในปัญหาเรื่องรายหัวเรื่อง การเพิ่มจำนวนแพทย์ต่อจำนวนประชากรคือการลดความเหลื่อมล้ำอีกประเด็นหนึ่งเช่นเดียวกันที่ภาคอีสานประชากรประมาณ 5-6 พันคนต่อแพทย์ 1 คนในขณะที่กทม.หรือภาคกลางเนี้ยจำนวนประชากรต่อแพทย์จึงคนน้อยกว่า วิธีการแก้ไขปัญหาจะทำอย่างไรประเด็นตรงนี้เนี่ยทางสำนักปลัด กระทรวงสาธารณสุข ตั้งงบไว้ประมาณ 1,900 ล้านบาทเอาไว้เป็นเงินอุดหนุนแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ เพื่อผลิตแพทย์มากขึ้นและมากกว่านั้นทางกระทรวงสาธารณสุขนี้ได้พยายามที่จะยกระดับของรพ.สต.ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นเพื่อลดภาระของแพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อให้คนไปใช้บริการในรพ.สต.และเป็นการคัดกรองประชากรที่มีความเจ็บไข้ได้ป่วยที่ยังไม่แรงมากที่จะต้องไปใช้บริการของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลประจำจังหวัด
ดังนั้น การเพิ่มศักยภาพให้กับรพ.สต.จึงเป็นความจำเป็นและทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังพิจารณาดำเนินการ ทั้งนี้ ตนยืนยันในมติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก