'ส.ส.ภราดร ปริศนานันทกุล' ชี้แจงสภาฯประเด็น ชี้! ยกเลิกสถานพยาบาล 64 แห่ง สังกัด สป.สช.เพราะเกิดทุจริต ย้ำ! งบประมาณเพียงพอต่อการใช้สิทธิ์

'ส.ส.ภราดร ปริศนานันทกุล' ชี้แจงสภาฯประเด็น ชี้! ยกเลิกสถานพยาบาล 64 แห่ง สังกัด สป.สช.เพราะเกิดทุจริต ย้ำ! งบประมาณเพียงพอต่อการใช้สิทธิ์

วันที่ 18 กันยายน 2563 นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย และ ในฐานะกรรมาธิเสียงข้างมาก ชี้แจงสภาฯ ในประเด็น งบกระทรวงสาธารณสุขพ.ร.บ.งบประมาณปี2564 (มาตรา25)พร้อมยืนยันในมติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ชี้! ยกเลิกสถานพยาบาล 64 แห่ง สังกัด สป.สช.เพราะเกิดทุริจ ย้ำ! งบประมาณเพียงพอต่อการใช้สิทธิ์ของประชาชน นายภราดร กล่าวว่า ภายหลังการมีข้อซักถามจากเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการเสียงข้างน้อยในประเด็นการยกเลิก สถานพยาบาล 64 แห่งในกรุงเทพฯ ที่สังกัดอยู่ในสปสช. ประชาชนได้รับความเดือดร้อน เป็นอย่างมากเนื่องจากเกิดการทุจริต จึงไม่แปลกที่ทางสปสช.จะยกเลิกสถาน  พยาบาลดังกล่าว แต่ทั้งนี้ได้มีวิธีแก้ โดยให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ย้ายไปใช้สถานพยาบาลอื่น สปสช.ตั้งงบประมาณน้อยเกินไป เนื่องจากขณะนี้มีผู้ที่เคยใช้สิทธิ์ประกันสังคม แต่ถูกเลิกจ้างงานได้หันมาใช้สิทธิ์ของสปสช. แทน ขณะนี้สปสช.ได้เสนอการปรับเพิ่มงบประมาณขึ้น โดยขอใช้งบประมาณเงินกู้ 4.5 หมื่นล้านบาท ของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสภาพัฒน์นกำลังพิจารณา งบประมาณ 3 พันล้านบาท สำหรับการลดความเหลื่อมล้ำของกองทุน  3 กองทุนคือกองทุนบัตรทอง กองทุนประกันสังคมและกองทุนข้าราชการ โดยกองทุนบัตรทองประมาณ 3,853 บาทต่อคน ส่วนกองทุนประกันสังคม ประมาณกว่า 3,900 บาทต่อคน ในส่วนของข้าราชการจะสูงมากกว่า 12,589 บาท เพราะต่อคน ทั้งนี้กองทุนข้าราชการที่สูงกว่า 2 กองทุน  เพราะ เป็นการควบรวมภายในครอบครัว ของข้าราชการด้วยทำอย่างไรปีนี้งบประมาณ 1,400 ล้านบาท ซึ่งบรรจุอยู่ในงบอุดหนุน เพื่อมาช่วยลดความเหลื่อมล้ำ ทั้งในปัญหาเรื่องรายหัวเรื่อง การเพิ่มจำนวนแพทย์ต่อจำนวนประชากรคือการลดความเหลื่อมล้ำอีกประเด็นหนึ่งเช่นเดียวกันที่ภาคอีสานประชากรประมาณ 5-6 พันคนต่อแพทย์ 1 คนในขณะที่กทม.หรือภาคกลางเนี้ยจำนวนประชากรต่อแพทย์จึงคนน้อยกว่า วิธีการแก้ไขปัญหาจะทำอย่างไรประเด็นตรงนี้เนี่ยทางสำนักปลัด กระทรวงสาธารณสุข ตั้งงบไว้ประมาณ 1,900 ล้านบาทเอาไว้เป็นเงินอุดหนุนแก้ไขปัญหาในส่วนนี้ เพื่อผลิตแพทย์มากขึ้นและมากกว่านั้นทางกระทรวงสาธารณสุขนี้ได้พยายามที่จะยกระดับของรพ.สต.ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นเพื่อลดภาระของแพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลชุมชนและโรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อให้คนไปใช้บริการในรพ.สต.และเป็นการคัดกรองประชากรที่มีความเจ็บไข้ได้ป่วยที่ยังไม่แรงมากที่จะต้องไปใช้บริการของโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลประจำจังหวัด ดังนั้น การเพิ่มศักยภาพให้กับรพ.สต.จึงเป็นความจำเป็นและทางกระทรวงสาธารณสุขกำลังพิจารณาดำเนินการ ทั้งนี้ ตนยืนยันในมติของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก