นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลเห็นความสำคัญในการสร้างความสมดุลระหว่างการดูแลสุขภาพและการส่งเสริมเศรษฐกิจ ด้วยมาตรการที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา โดยเบื้องต้นทำอย่างไรให้ธุรกิจสามารถดำรงอยู่ได้ก่อน การลงพื้นที่ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการและพบเห็นบรรยากาศที่แท้จริง เข้าใจความเดือดร้อนทุกภาคส่วนเพราะทุกพื้นที่ต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เช่นกัน ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุด คือ การเรียนรู้การปรับตัว ไม่พึ่งพาอุตสาหกรรมใด อุตสาหกรรมหนึ่ง สร้างเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่หลากหลายด้าน
ในที่ประชุมนายกรัฐมนตรีสั่งการให้นำมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัดภูเก็ต ทั้ง13 ข้อเสนอ อาทิ โครงการพัฒนาคุณภาพการคัดกรองด่านตรวจภูเก็ต โครงการก่อสร้างทางหลวงแนวใหม่ ระยะทาง 22.4 กิโลเมตร การปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน มาตรการการเงิน มาตรการภาษี มาตรการแรงงาน เป็นต้น เข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) เพื่อพิจารณา สำหรับโครงการที่สามารถทำได้ก่อนก็พร้อมจะเดินหน้า เช่น การจัดการอบรม สัมมนา นายกรัฐมนตรีย้ำว่าภาครัฐและเอกชนจะต้องร่วมมือกันจัดลำดับความสำคัญในการเข้าไปช่วยเหลือ รัฐบาลวันนี้ต้องการส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศ ให้คนไทยท่องเที่ยวข้ามจังหวัด เพื่อประคองอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทย สิ่งสำคัญ คือ รัฐบาลจะต้องดูแลทุกคน ประชาชน ผู้ประกอบการ เกษตรกร ทุกภูมิภาค คำนึงถึงการใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างภูมิคุ้มกันให้ไทยสามารถเผชิญกับวิกฤตใหม่ๆในอนาคตได้
นายกรัฐมนตรียังได้มอบนโยบายแก่ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เดินหน้าสู่การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้มีความหลากหลาย เพื่อให้ประชาชนและคนภูเก็ตได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวทั้งทางตรง ทางอ้อม

