"ศักดิ์สยาม" นั่งหัวโต๊ะ ถก บูรณาการร่วมเดินหน้าก่อสร้างโครงการกะทู้ -ป่าตองและทางหลวงสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว สั่ง กทพ.เป็นแม่งาน พร้อมอัพเดท 4 โครงการมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง แนะทุกโครงการต้องรายงานผลภายใน 1 เดือน 

"ศักดิ์สยาม" นั่งหัวโต๊ะ ถก บูรณาการร่วมเดินหน้าก่อสร้างโครงการกะทู้ -ป่าตองและทางหลวงสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว สั่ง กทพ.เป็นแม่งาน พร้อมอัพเดท 4 โครงการมอเตอร์เวย์ของกรมทางหลวง แนะทุกโครงการต้องรายงานผลภายใน 1 เดือน 

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุม เรื่อง การบูรณาการทางพิเศษแห่งประเทศไทย(กทพ.) และทางหลวง(ทล.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทาง รวมทั้งแก้ไขปัญหาการจราจร เช่น ปัญหาคอขวด และจุดเชื่อมต่อ (Missing Link) โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ทล. และ กทพ. ได้รายงานความคืบหน้าของการดำเนินการโครงการทางพิเศษ และทางหลวงใน จ.ภูเก็ต ได้แก่ โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง ระยะทาง 9.8 กิโลเมตร(กม.) และโครงการทางหลวงสายเมืองใหม่-เกาะแก้ว ระยะทาง 22.4 กม. "ยังมีส่วนที่เป็น Missing Link ระหว่างเกาะแก้ว-กะทู้ ระยะทาง 11.9 กม. ซึ่งหน่วยงานทั้งสองได้มีประการประชุมหารือร่วมกันเมื่อวันที่ 18 ม.ค. 2564 และเสนอให้มีการบูรณาการเส้นทางทั้งสามให้เป็นเส้นทางเดียว โดยให้ กทพ. เป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบดำเนินการ"นายศักดิ์สยาม กล่าว นอกจากนี้ ทล. ยังได้รายงานความคืบหน้าของโครงการทางพิเศษในพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใกล้เคียง 4 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางขุนเทียน – บ้านแพ้ว ช่วงเอกชัย – บ้านแพ้ว (M82) 2.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ส่วนต่อขยายทางยกระดับอุตราภิมุข ช่วงรังสิต – บางปะอิน (M5) 3.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายศรีนครินทร์ – สุวรรณภูมิ (M7) และ 4. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายวงแหวนกาญจนาภิเษก ด้านตะวันตก ช่วงบางขุนเทียน – บางบัวทอง และ กทพ. ได้รายงานความคืบหน้าของโครงการทางพิเศษสายฉลองรัช – นครนายก – สระบุรี . นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ได้รับทราบ และมีข้อสั่งการเพิ่มเติม ดังนี้ 1. ให้ กทพ. เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการโครงการทางพิเศษ/ทางหลวงใน จ.ภูเก็ต(เมืองใหม่ – เกาะแก้ว – กะทู้ – ป่าตอง) และให้ ทล. สนับสนุนการดำเนินการของ กทพ. โดยพิจารณาความพร้อมของโครงการแต่ละช่วง และดำเนินการในช่วงที่มีความพร้อมก่อนส่วนช่วงที่เหลือให้เร่งรัดดำเนินการต่อไป 2. ให้ ทล. และ ทช. บูรณาการแก้ไขปัญหาโครงการสายบางปะอิน - นครราชสีมา ซึ่งมี Missing Link ระยะทางประมาณ 300 เมตร (อยู่ในความรับผิดชอบของ ทช.) เพื่อให้มีความต่อเนื่องในการเดินทาง 3. ให้ สนข. ศึกษาหาแนวทางแก้ปัญหาคอขวดบริเวณจุดปลาย จุดเชื่อมเส้นทางต่าง ๆเช่น บริเวณทางขึ้น-ลงทางด่วน 4. ให้ ทล. ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการวางระบบสาธารณูปโภคบนถนนพระราม 2 เช่น ไฟฟ้า ประปา เป็นต้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาด้านโครงสร้างทาง และการจราจรติดขัด 5. ให้ ทล. และ กทพ. ใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) บินตรวจสอบสภาพปัญหาคอขวด การจราจรติดขัดและเร่งรัดการแก้ไขปัญหาด้วย และ 6. ให้ ทล. และ กทพ. รวบรวมรูปภาพและวิดีโอในมุมสูง เพื่อประชาสัมพันธ์ความคืบหน้าโครงการก่อน - หลัง เป็นระยะ ทั้งนี้ ให้รายงานความคืบหน้าในการประชุมครั้งถัดไป ภายใน 1 เดือน