8 พฤษภาคม 2564 เวลา 22:00
"รมช.มนัญญา" หนุนกรมวิชาการเกษตร ปลดล็อคขึ้นทะเบียนสารชีวภัณฑ์ 17 ชนิด ดันสู่ตลาดเพิ่มทางเลือกเกษตรกร
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2564 นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายเร่งด่วน แก่กรมวิชาการเกษตร เพื่อต้องการส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังมีการนำสารเคมี มาใช้เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก ก่อให้เกิดสารตกค้างในพืช และเป็นอันตรายต่อเกษตรกรผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม

โดยนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า หลังจากที่ได้รับนโยบายเร่งด่วน จากทาง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ แล้ว ทางกรมได้เตรียมเสนอกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เพื่อออกประกาศกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เรื่องการขึ้นทะเบียนการออกใบสำคัญ และการต่ออายุใบสำคัญการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตรายทางการเกษตร ที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบ (ฉบับที่ 2) โดยประกาศฉบับดังกล่าวจะปรับลดขั้นตอน และระยะเวลาการขึ้นทะเบียนสารชีวภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากพืช และสารฟีโรโมน เพื่อส่งเสริม และสนับสนุนให้เกษตรกรได้นำสารชีวภัณฑ์มาใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทดแทนการใช้สารเคมีให้กว้างขวางมากขึ้น
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวอีกว่า ที่ต้องการส่งเสริมการลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร เนื่องจากปัจจุบันพบว่ายังมีการนำสารเคมี มาใช้เพื่อป้องกันกำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก ก่อให้เกิดสารตกค้างในพืช และเป็นอันตรายต่อเกษตรกรผู้ใช้ ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ สารชีวภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากพืช และสารฟีโรโมน ที่มีข้อมูลทางวิชาการ และเป็นการวิจัยของกรมพบว่า มีความปลอดภัยต่อมนุษย์ พืชสัตว์ และสิ่งแวดล้อม สามารถส่งเสริมให้มีการใช้อย่างกว้างขวางมากขึ้น ตามรายชื่อที่กรมวิชาการเกษตรกำหนด โดยได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งข้อมูลพิษวิทยามาประกอบการขึ้นทะเบียน มีจำนวนทั้งสิ้น 17 ชนิด โดยเป็นชีวภัณฑ์ที่อยู่ในประกาศเดิม 5 ชนิด และเพิ่มในร่างประกาศใหม่อีก 12 ชนิด
“สารชีวภัณฑ์ 17 ชนิด จะลดขั้นตอน และระยะเวลาในการพิสูจน์พิษวิทยา เพื่อที่จะได้มีผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่ายในตลาดเป็นทางเลือกให้เกษตรกรได้เร็วขึ้น และทันต่อฤดูการผลิตปี 2564 ตามนโยบายของ รมช.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว และมอบเป็นนโยบายหลักเร่งด่วนให้กรมวิชาการเกษตรเร่งดำเนินการให้เกษตรกรลด ละ เลิก การใช้สารเคมีโดยปรับเปลี่ยนมาทำการเกษตรที่ปลอดภัย และเกษตรอินทรีย์ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และของกระทรวงเกษตรฯ” นายพิเชษฐ์ กล่าว

โดยความคืบหน้าของร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฉบับดังกล่าวได้ผ่านความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์แล้ว ขั้นตอนต่อไปกรมวิชาการเกษตรจะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และส่งให้คณะกรรมการวัตถุอันตรายพิจารณา หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบ รมว.เกษตรฯ จะลงนามในประกาศเพื่อลงราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้ต่อไป
สำหรับ 17 รายชื่อสารชีวภัณฑ์ตามรายชื่อที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาทั้งสิ้น 17 ชนิด เป็นชีวภัณฑ์ที่อยู่ในประกาศเดิม 5 ชนิด และเพิ่มในร่างประกาศใหม่อีก 12 ชนิด อาทิ
1.บาซิลลัส อะไมโลลิคเฟเชียน (Bacillus amyloliquefaciens) ควบคุมโรคพืชที่เกิดจากเชื้อรา Fusarium, Pythium,Rhizoctonia, Phytophthora, Verticillium, Botrytis cinerea, and Alternaria, โรคราแป้ง, โรคแอนแทรคโนส, โรคราน้ำค้าง, โรคไหม้ข้าว และส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช
2.บิวเวอร์เรีย บัสเซียน่า (Beauveria bassiana) เป็นจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคกับแมลงศัตรูพืชโดยครอบคลุมเข้าทำลายแมลงหลายชนิด ซึ่งเป็นแมลงจำพวกตระกูลเพลี้ย เช่น เพลี้ยกระโดด เพลี้ยจักจั่นเพลี้ยไฟ เพลี้ยอ่อน เพลี้ยอ่อนส้ม เพลี้ยไก่แจ้ รวมถึง บั่วที่ทำลายช่อและยอดกล้วยไม้ (ค่อนข้างดื้อยาฆ่าแมลง) หนอนทุกชนิด และแมลงที่เป็นศัตรูพืชเช่น มอดเจาะผลกาแฟ ไรแดง ไรขาวแมลงหวี่ขาว ด้วง แมลงวัน และยุง
3.เมทาไรเซียม แอนิโซเพลีย (Metarhizium anisopliae) ชีวภัณฑ์ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชจำพวกปากกัดและปากดูด เช่น ไรแดงแอฟริกัน เพลี้ยจักจั่นสีเขียว เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ หนอนด้วง และหนอนของผีเสื้อศัตรูพืชหลายชนิดตลอดจนแมลงปากกัดบางจำพวก เช่น ด้วงกออ้อย ด้วงหมัดผัก ตั๊กแตน หนอนด้วงเจาะลำต้น ด้วงแรด แมลงดำหนาม หนอนหัวดำในมะพร้าว มอดเจาะผลกาแฟ ฯลฯ สามารถใช้ผสมน้ำฉีดพ่นพืชผัก ไม้ผลและไม้ดอกไม้ประดับทุกชนิด และทุกระยะการเจริญเติบโต เป็นต้น
