วันที่ 8 พฤษภาคม 2565 ที่ โรงพยาบาลด่านขุนทดแห่งใหม่ อำเภอด่านขุดทด จังหวัดนครราชสีมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวขณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม และให้กำลังใจการปฏิบัติหน้าที่ของบุคลากรสาธารณสุข และ อสม. ระบุว่า การลงพื้นที่มาโคราช ด้วยเพราะเห็นความสำคัญของจังหวัดนี้ ในฐานะเป็นประตูของภาคอีสาน ล่าสุด มีการเสนอให้ขยายพื้นที่ใช้สอยของโรงพยาบาลด่านขุนทดแห่งใหม่ ส่วนตัวจะพยายามทำให้สำเร็จ เพราะเป็นการพัฒนาทรัพยากรบุคคล การที่บุคคลมีสุขภาพที่ดี ย่อมหมายถึงกำลังการผลิตของประเทศที่เพิ่มขึ้น งบประมาณการขยายพื้นที่ น่าจะอยู่ที่ 209 ล้าน ก่อสร้างอาคารวินิจฉัยและบำบัดรักษา 4 ชั้น ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แต่เป็นรองนายกกำกับดูแลกระทรวงคมนาคมด้วย จะหาทางทำให้ข้อเสนอ เป็นความจริงให้จงได้ ที่โคราช มีการพัฒนาขึ้นทุกวัน การคมนาคม ทันสมัย และเชื่อมต่อทั่วประเทศครบถ้วนแล้ว การสาธารณสุข ก็เช่นกัน ระบบสุขภาพของที่นี่ก็เข้มแข็งไม่เป็นรองใคร การที่มาอยู่กระทรวงสาธารณสุขนั้น ไม่ได้บังเอิญ แต่ตนมีเป้าว่าจะต้องเข้ามาทำงานตรงนี้ นโยบายหาเสียงหลายนโยบาย ก็เกี่ยวข้องกับสุขภาพ เพราะต้องการมาทำงานที่นี่ เมื่อเข้ามาแล้ว ก็ทำงานกับทีมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ส่วนต่างๆ ได้อย่างลื่นไหล เพราะเชื่อหมอ เชื่อคนการแพทย์ ส่วนตัวเป็นตัวประสานรับข้อเสนอมาจากประชาชน แล้วมาหารือหมอ หาทางทำให้สำเร็จ บางครั้ง ก็หมอนี่เองที่เป็นคนเสนอให้ทำ ซึ่งเราต้องเชื่อหมอ ทุกท่านที่เสนอขึ้นมาก็เพราะอยากให้คนในพื้นที่แข็งแรง ก็เป็นเรื่องดี ระบบสุขภาพวันนี้ขาด อสม. ไม่ได้ เราไม่อยากไปมีเรื่องกับ อสม. เขาเป็นนักรบ มีกำลังนับล้าน และเราก็พร้อมสนับสนุนให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ ส่วน รพ.สต. หากจะไปอยู่กับท้องถิ่น เราไม่ห้าม แต่ห้ามให้ประชาชนได้รับผลกระทบ เราต้องไม่ให้การบริการเกิดการขาดตอน ซึ่งกระทรวงฯ ได้เตรียมการเชื่อมข้อมูลไว้แล้ว
กับ อสม. ผมไม่เคยละเลย ตอนนี้ ท่านคือ หมอคนที่ 1 ตามนโยบาย 3 หมอ เราให้เกียรติท่าน ท่านต้องเข้ามาช่วยหมอ เรามีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ที่เข้มแข็ง คอยดูแล อสม. มีโครงการฌาปนกิจสงเคราะห์ มีโครงการตรวจสุขภาพ อสม. แล้วเราจะสนับสนุนให้มีการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดด้วย กับ อสม. ท่านต้องฉีดถึง 4 เข็ม เพราะท่าน เป็นตัวอย่างประชาชน ถ้า อสม. ไม่ฉีด ประชาชน ก็ไม่อยากฉีด วัคซีน มีประโยชน์ช่วยลดอาการเจ็บป่วย ร้อยละ 98 ของผู้เสียชีวิตวันนี้ อยู่ในกลุ่มไม่ได้รับวัคซีน แล้วเราจะให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น คือมีวัคซีนเข้ามาทุกปี ป่วย ก็ต้องรักษาได้ โควิด ในอนาคต มันจะไปอยู่ในจุดเดียวกับไข้หวัดใหญ่ คือ ฉีดปีละเข็ม แต่ตอนนี้ กำลังพัฒนาวัคซีน ให้ไปถึงจุดนั้นอยู่ แต่เมื่อยังไปไม่ถึงก็ต้องฉีดเรื่อยๆ พี่น้อง อสม. ก็ต้องช่วยกันรณรงให้คนมาฉีด นอกจากนั้น เราก็มียา ในอนาคต อาจจะมียาเฉพาะรักษาโควิด ที่ขายตามร้านขายยา
ปัจจุบัน ต้องลดความกลัว เราต้องช่วยกันขับเคลื่อนประเทศ เราจะได้เห็นการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่โควิดมาแล้ว เราหยุดกันหมด แบบนั้นประเทศมันไม่พัฒนา ดังนั้น ต่อให้มีโควิด เราก็หยุดไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมา รัฐบาล ก็เดินหน้ามาตลอด ค่าเสี่ยงภัยอสม. ก็เช่นกัน เมื่อมีโควิด เราก็ต้องสนับสนุนไม่หยุด ขอให้มั่นใจ เพราะท่านนายกฯ ให้ไฟเขียวแล้ว นี่คือค่าเสี่ยงภัย ซึ่งท่านสมควรได้รับกับความทุ่มเทของท่าน
สำหรับแพทย์ พยาบาล เราก็ไม่ลืมท่าน เราไม่ละเลยการทำงานของท่าน จึงได้บรรจุให้ท่านเป็นข้าราชการ ส่วนคนที่ยังไม่ได้บรรจุ ผมขอเรียนว่า ฟ้ามีตา และเราจะพยายามจัดการให้ท่าน คนทำงานดี ทำงานทุ่มเท อย่างไรเสีย เราไม่มีทางทอดทิ้ง กับ อสม. เรามีหลักสูตรอบรมผู้ช่วยพยาบาล ซึ่งความรู้ ความสามารถที่ท่านได้รับ จะเป็นประโยชน์ในทางวิชาชีพแก่ท่านแน่นอน
สำหรับโรงพยาบาลด่านขุนทดแห่งใหม่ เป็นการขยายบริการจากแห่งเดิมที่มีพื้นที่จำกัด โดยได้รับจัดสรรที่ดินจากกรมธนารักษ์ จำนวน 124 ไร่ เปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 ได้แก่ คลินิกโรคติดต่อไม่เรื้อรัง ทันตกรรม แพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก กายภาพบำบัด งานสุขภาพจิตและยาเสพติด ช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก ได้ปรับพื้นที่ชั้น 3 เป็นหอผู้ป่วยโควิด-19 ด้วย ขณะนี้กำลังก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน 5 ชั้น คาดจะแล้วเสร็จเปิดให้บริการได้ต้นปี 2566 รวมถึงมีแผนขอรับการสนับสนุนก่อสร้างอาคารวินิจฉัย และบำบัดรักษา 4 ชั้น งบประมาณ 209 ล้านบาท เพื่อขยายบริการด้านการผ่าตัดและการคลอด ซึ่งจะช่วยให้ดูแลประชาชนในพื้นที่ รวมถึงอำเภอเทพารักษ์ อำเภอโนนไทย และอำเภอใกล้เคียงได้มากขึ้น ประชาชนได้รับบริการใกล้บ้าน ช่วยลดการส่งต่อและลดความแออัดในโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาได้อย่างดี


