ส.ส.สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือ เรื่องคณะกรรมมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ

ส.ส.สฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง หารือ เรื่องคณะกรรมมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ส.ส. จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ตั้งข้อสังเกต ในการหารือ เรื่องคณะกรรมมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ
จากการศึกษารายงาน พบประเด็นที่ระเลียดลึกพอสมควร จนเกิดการตั้งข้อสังเกตในเชิงวิพากษ์ถึงการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษาทั้งระบบเพื่อให้เป็นระบบ ซึ่งตามรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้รวมถึงการศึกษาที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นในเรื่องของการศึกษา มีทั้งกระทรวงศึกษาธิการ และเราอยู่ในระบบภาคบังคับตั้งแต่ ม.1-ม.3 คือ 9ปี มี ร.ร. อนุบาล ขององค์กรบริหารส่วนตำบล, ร.ร. ของเทศบาล ตั้งแต่ม.3-ม.6 รวมถึงร.ร.องค์กรบริหารส่วนจังหวัดอีกด้วย ถ้าจะปฏิรูปการณ์ศึกษา ทั้งระบบต้องควบคุมทั้งหมดตามที่กล่าวมาข้างต้น เนื่องจากข้าราชการครู อาจจะสังกัดกระทรวงศึกษา แต่ข้าราชการครูขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เข้าสังกัดกระทรวงมหาดไทย แต่ตลาดการศึกษาของนักเรียนเป็นตลาดรวม ซึ่งเด็กนักเรียนที่จบ ป.6 ก็อาจจะจบจาก ร.ร. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จบในเทศบาล และต่อที่ ร.ร.ของ ส.พ.ฐ. หรือของ ร.ร.กระทรวงศึกษาธิการ
.
จึงมีปัญหาโยนกันไป-มา ถึงคุณภาพของเด็กนักเรียน เรื่องการอ่านหนังสือไม่ออก พื้นฐานไม่ดี กลายเป็นข้อสังเกต ที่ควรมีการจับค่ามาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่ขาดไป และกระทรวงศึกษาธิการไม่เคยจับมือกับปกครองส่วนท้องถิ่นเลย ในเรื่องคุณภาพที่ขาดไป และเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการสามัญ จัดตั้งอนุกรรมาธิการ 2คณะ โดยคณะที่1 มีนายเกษม เป็นประธานอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ถือว่าดีและครอบคลุม แต่รายละเอียดในการศึกษา จำเป็นต้องรู้ถึงเรื่องเด็กนักเรียนในระบบที่ภาคบังคับ จนถึง ม.3 9ปี ทำไมมีเด็กนักเรียนหลุดออกจากนอกระบบถึง 200,000 กว่าคน จริงๆ แล้วเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย แสดงว่าด้อยคุณภาพ ว่าเด็กไม่สามารถเข้าไปเรียนได้ ทั้งทางภาครัฐฯ ส่งเสริมให้เรียนฟรี
.
การประชุมสหกรณ์ในแต่ละครั้ง จ่าเบี้ยทีละ 1,500 ก็ไม่ใช่จำนวนที่น้อยในแต่ละครั้งที่มา เพราะฉะนั้น กระทรวงศึกษาเมื่อก่อนไม่ใช่ถูกจัดในเกรดA แต่จริงๆ แล้วในการศึกษา ควรจะต้องถูกจัดในเกรดA++ ที่รัฐบาลต้องให้การศึกษาในส่วนของประเทศในภาพรวม เพราะประเทศจะได้เจริญได้ พื้นฐานการทุจริต การซื้อเสียง การประกอบอาชีพ ความเหลื่อมล้ำ พื้นฐานอยู่ที่การศึกษาทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการศึกษาเป็นการลงทุนระยะยาว แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ว่า จะท้องถิ่นก็ดี ภาคการเมืองก็ดี อยากจะลงทุนระยะสั้นแล้วเห็นผลทันที เพราะฉะนั้นการศึกษาก็ต้องเรียกร้อง ต้องหาว่า ปัญหาต่างๆ ในโครงสร้างของครู และในส่วนของเด็ก ผู้ปกครอง จะต้องทำอย่างไร
.
สุดท้าย โยบายของพรรคภูมิใจไทย มีนโยบาย พักหนี้ คนละ 1 ล้านบาท ปลอดดอก 3ปี เนื่องจากมีปัญหาโควิด 3ปี สิ่งเหล่านี้เป็นการตอบโจทย์ จากการศึกษาปัญหาหนี้สินของครูทั่วประเทศ 1.4ล้านล้านบาท สิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยกันว่า เราจะแก้ปัญหาให้ครูมี สุขภาพดี สุขภาพจิตดี ไม่เป็นหนี้ การที่เป็นครู แล้วไปค้ำหนี้ ก.ย.ศ. ของเด็ก ก็จะต้องปลดล็อก ล้างหนี้ ต้องให้ครูเหล่านี้ บางครั้งไม่มีส่วนอะไรเลย เป็นครูที่รักศิษย์ เป็นครูที่เกรงใจ เป็นครูที่มีความผูกพันธ์ ในเรื่องการศึกษา
.
เรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่อง จากในองค์กรท้องถิ่น พบมีโรงเรียนร้างเยอะ เนื่องจากเด็กนักเรียนไม่มี หรือมีน้อย เพราะ ประชากรไทยเกิดปีละ 5แสนคน ซึ่งโรงเรียนร้าง ธนารักษ์ หรือร.ร.เจ้าของเดิม วันนี้เช้าบ้านเอาแพะ เอาวัวไปผูก จึงจำเป็นตั้งจัดระบบว่า โรงเรียนระดับประถม ถ่ายโอนให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดีกว่าหรือไม่? แล้วนำมารวมกัน เพื่อทำมาตราฐาน ถ่ายโอน และดูว่าที่ตรงไหน ที่ประชากรหนาแน่นอย่างไร เพื่อบริการครู บริการเด็ก นำเด็กไปสอน ไปเรียนกับครู หรือครูมาสอนกับเด็ก ว่าที่ไหนสะดวกกว่ากัน แล้วก็มีสวัสดิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีความพร้อม ในการที่จะรับถ่ายโอน แต่ส่วนใหญ่ก็ไม่ไป เพราะฉะนั้น ความมั่นใจ ความเชื่อถือ ความเข้าใจ รัฐบาลต้องมีหน้าที่ทำ