"อำนาจ วิลาวัลย์" วอน มท. เร่งจัดสรรงบแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งทรุดตัวบริเวณแม่น้ำปราจีนฯ ต.ท่างาม อ.เมือง จ.ปราจีนฯ

"อำนาจ วิลาวัลย์" วอน มท. เร่งจัดสรรงบแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งทรุดตัวบริเวณแม่น้ำปราจีนฯ ต.ท่างาม อ.เมือง จ.ปราจีนฯ

“อำนาจ วิลาวัลย์” วอน ศธ. และ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเยียวยาและช่วยเหลือ เด็กนักเรียนเกิดอุบัติเหตุในโรงเรียนแห่งหนึ่ง ของ จ.ปราจีนบุรี เป็นการด่วน พร้อมกันนี้ ขอให้ทาง มท. เร่งจัดสรรงบแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่งทรุดตัวบริเวณแม่น้ำปราจีนฯ ต.ท่างาม อ.เมือง จ.ปราจีนฯ 10 สิงหาคม 2566 นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ปรึกษาหารือ 2 เรื่อง คือ เรื่องน้ำกัดเซาะตลิ่งดินทรุดตัว โดยได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายแสวง ม่วงสังข์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่างาม พร้อมกับพี่น้องชาวบ้าน 60 หลังคาเรือน เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2566 ได้เกิดเหตุน้ำกัดเซาะตลิ่งดินเกิดการทรุดตัวบริเวณริมแม่น้ำปราจีนบุรี ทำให้ถนนที่พี่น้องชาวบ้านสัญจรได้เกิดความเสียหายอย่างมาก เป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร ซึ่งถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ชาวบ้านได้ใช้สัญจร ทางองค์การบริหารส่วนตำบลท่างามไม่มีงบประมาณเพียงพอ จึงขอฝากผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มีบุคลากรและมีงบประมาณเพียงพอ ได้ช่วยเหลือดำเนินการ หรือทางกระทรวงมหาดไทย ช่วยจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ทางอบต. ได้ดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน  โดยด่วน ชาวบ้านเป็นห่วงว่า ถ้าหากดำเนินการล่าช้าความเสียหายจะลุกลามบานปลาย ทำให้รั้วบ้านและตัวบ้านได้รับความเสียหายตามไปด้วย ขอฝากเร่งรัดไปยังหน่วยงาน ที่สามารถดำเนินการได้ช่วยเหลือปรับปรุงถนนดังกล่าวด้วย เรื่องที่ 2 ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวเพ็ญทรัพย์ มารดาของ ด.ช.ณิชาพัฒน์ จตุรัส (น้องฟลุ๊ค) นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ได้ประสบอุบัติเหตุในขณะอยู่ที่โรงเรียน (แห่งหนึ่งในจ.ปราจีนบุรี) ซึ่งมีรุ่นพี่ชนจนเป็นเหตุให้ลูกชายตนล้ม และศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ทำให้กะโหลกศีรษะร้าวเลือดคั่งในสมอง แพทย์จึงต้องทำการผ่าตัดโดยด่วน ทั้งนี้ แพทย์ได้แจ้งกับผู้ปกครองว่าน้องอาจจะเป็นเจ้าชายนิทราได้ แต่การผ่าตัดเป็นไปด้วยดีสามารถฟื้นกลับมาได้แต่อาจจะไม่สมบูรณ์ ระหว่างนี้ได้กลับมารักษาตัวที่บ้านแล้ว  แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะได้รับเงินจากโรงเรียนที่มอบให้ 5,000 บาท เท่านั้น และทาง รร. บอกว่าจะนำเรื่องเข้าปรึกษาหารือกับคณะผู้บริหาร จนถึงขณะนี้เป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล ประกันอุบัติเหตุที่ทางโรงเรียนทำไว้ให้กับบุตรชาย ปฏิเสธการเยียวยา จึงขอฝากไปยังผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการว่าต้องหาแนวทางป้องกัน เมื่อเกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้น และฝากประสานไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เข้าไปดูแลครอบครัวน้องด้วย อย่างน้อยก็ให้มีเงินไปรักษาตัวจะได้ให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพราะตอนนี้ครอบครัวก็ลำบากเช่นกัน