สส.มณเฑียร สงฆ์ประชา เสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการ กักเก็บน้ำ ให้เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค พร้อมรับมือกับวิกฤติ "เอลนีโญ"

สส.มณเฑียร สงฆ์ประชา เสนอแนะหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บริหารจัดการ กักเก็บน้ำ ให้เพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภค พร้อมรับมือกับวิกฤติ "เอลนีโญ"

วันที่ 21 กันยายน 2566 นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยนาท เขต 2 พรรคภูมิใจไทย เสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการกำหนดแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 16 ณ สัปปายะสภาสถาน โดยนายมณเฑียร กล่าวว่า ตนอยู่ในสภาแห่งนี้มานาน 10 กว่าปี เห็นมีญัตติภัยแล้งน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี ทุกสมัย พูดไปแล้วคงไม่มีใครเชื่อเพราะบ้านเรามีปัญหาภัยแล้งทุกปี แม้แต่กลางฤดูฝนยังเกิดภัยแล้งขึ้นมาได้ เรามีน้ำเหลือเฟือแต่ภัยแล้งดันเกิดขึ้นได้ เห็นได้ว่าปัญหาที่เกิดภัยแล้งนั้นคือที่เก็บกักไม่เพียงพอ ต่อมาได้รับข่าวสารจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกหรือประเทศไทยจะเกิดปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น และทำให้เกิดภาวะความแห้งแล้งทวีความรุนแรงอย่างมากและยาวนานต่อเนื่องถึง 4 ปี ไม่ว่าจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี อยุธยา อ่างทอง และ ลพบุรี บางส่วนถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศ ทุกจังหวัดต้องอาศัยน้ำจากเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์เป็นหลัก แต่เขื่อนเจ้าพระยานั่นก็คือเขื่อนทดน้ำไม่ใช่เขื่อนกักเก็บน้ำ ถ้าเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ไม่ปล่อยน้ำ ให้กับเขื่อนเจ้าพระยา จะทำการบริหารจัดการน้ำไม่ได้เลย แต่ในขณะนี้ที่ น้ำในเขื่อนภูมิพลมีเพียง 6,277 ลูกบาศก์เมตร และเขื่อนสิริกิติ์ 5,000 กว่า ลูกบาศก์เมตร ถ้าเกิดไม่มีมรสุมเข้ามาในภาคเหนือ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกิดภาวะแห้งแล้ง ล้านเปอร์เซ็นต์ ตามด้วยปัญหาความเดือดร้อนไม่มีน้ำทำเกษตรกรรม รวมทั้งอุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน เมื่อปี 2,566 ที่เริ่มเกิดเอลนีโญตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ถึงกันยายน ถึงวันนี้ น้ำอุปโภคบริโภคก็ยังขาดแคลนมาอยู่ตลอดเวลาถ้าเกิดไปเริ่มศึกษาใหม่ คงจะไม่ทันการแน่นอน นายมณเฑียร กล่าว ในแนวทางการแก้ไข นายมณเฑียรได้เสนอว่า อยากจะให้กรรมาธิการที่จะเข้าไปใหม่ ได้ศึกษาของเก่าที่ได้ศึกษาข้อมูลแล้วที่มีประโยชน์เยอะมากมาย และต้องขอขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ใส่ใจและเห็นความสำคัญของพี่น้องประชาชนในการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ให้กับพี่น้องประชาชน