นายคงกฤษ กล่าวว่า ปัญหาหลักคือในการครอบครองที่ดินส่วนใหญ่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายตลอดจนปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นมากมายด้วยความไม่มั่นใจว่าในที่ดินที่ใช้ประโยชน์อยู่ ณ วันนี้ ไม่ว่าจะเป็นลูกหลานหรือการสืบทอดจากบรรพบุรุษ ได้หน่วยงานของรัฐได้เข้ามาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของที่ดินเพื่อพิสูจน์สิทธิครอบครองและบุคคลในที่ดินของรัฐในเมื่อปี 2565 แต่ก็ยังไม่ได้แจ้งผลให้ประชาชนทราบ
ส่วนในพื้นที่จังหวัดระนองมีพื้นที่รวมประมาณ 2,141,250 ไร่ ทิศเหนือติดจังหวัดชุมพร ทิศตะวันออกเกาะติดจังหวัดชุมพร ทิศตะวันตกติดประเทศเมียนมา ติดทะเลอันดามัน ส่วนทิศใต้ติดจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดพังงา ซึ่งส่วนใหญ่แล้วในจังหวัดระนองจะอยู่ในเขตป่าหรือเขตอุทยานแห่งชาติเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติกระบุรี หมู่เกาะพยาม แหลมสน น้ำตกหนาว และยังมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าหนองคลองนาคา
โดยแบ่งเป็นพื้นที่ทำกินส่วนใหญ่ที่มีเอกสารสิทธิ์แล้วอยู่ประมาณ 30เปอร์เซ็นต นอกนั้น 70 กว่าเปอร์เซ็นต์ จะเป็นที่ดินที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์ หรือเป็นที่ดินที่มีประชาชนอยู่อย่างเรียกว่าทำมาหากินอย่างไม่ถูกต้องตามกฎหมายก็ว่าได้ แต่ถึงอย่างไรแล้ว ที่ดินที่อยู่กันมาตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นย่า รุ่นตารุ่ นยาย จนมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน แต่มี 5 อำเภอ คืออำเภอกระบุรี อำเภอละอุ่น อำเภอกะเปอร์ อำเภอสุขสำราญ ซึ่งติดเขตอุทยานแห่งชาติทั้งหมด เขตป่าสงวนทั้งหมด เขตเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าด้วยเช่นกัน
ทั้งได้ยกตัวอย่างปัญหาที่พบในพื้นที่อำเภอกระบุรี เช่น ที่ดินที่นิคมสร้างตนเองปากจั่นได้ออกเอกสารสิทธิ์เป็นนส.3 ให้ และเมื่อได้มีการผ่อนชำระหนี้สินจนแล้วเสร็จ และออกโฉนดที่ดินให้เฉพาะบางแปลง แต่บางแปลงนี้ติดอยู่ในเขตภูเขา ซึ่งคำว่าเขตภูเขานั้นเป็นเขตภูเขาที่อยู่ตรงช่วงตีนเขาซึ่งก็อยู่ในเขตที่ดินที่ออกเอกสารสิทธิได้ และเป็นแปลงเดียวกันที่อยู่ในนิคมสร้างตนเองปักจันทร์
นายคงกฤษกล่าวว่าในส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินในจังหวัดระนองที่คณะกรรมาธิการฯ ควรพิจารณา ได้แก่
-การออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินให้กับประชาชนที่ใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
-การปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน
- การส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ที่มีปัญหาที่ดินทำกิน
