ศักดิ์สยาม ประชุมนโยบายเร่งด่วน จ.บุรีรัมย์ เตรียมการรองรับ Motor GP

ศักดิ์สยาม ประชุมนโยบายเร่งด่วน จ.บุรีรัมย์ เตรียมการรองรับ Motor GP

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานโครงการสำคัญเร่งด่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ณ แขวงทางหลวงบุรีรัมย์ รองรับในการที่ไทยเป็นเจ้าภาพระเบิดการแข่งขัน Motor GP เป็นปีที่ 2 18 ส.ค.2562 ณ ห้องประชุมแขวงทางหลวงบุรีรัมย์ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รับฟังการบรรยายสรุปการดำเนินงานโครงการสำคัญเร่งด่วนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม โดยมี นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นางสุขสมรวย วันทนียกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน และนายจิรุตม์ วิศาลจิตร รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายสมศักดิ์ ห่มม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า นางอัมพวัน วรรณโก อธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง นายกฤชเทพ สิมลี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท และนายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมการขนส่งทางราง นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ และผู้บังคับการตำรวจภูธร ผู้บริหารระดับสูงหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ การประชุมเพื่อรับฟังการบรรยายสรุป แบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ดังนี้ 1. การติดตามโครงการก่อสร้าง ของแขวงทางหลวงบุรีรัมย์ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม 13 โครงการสำคัญ 25 สายทาง ระยะทางประมาณ 890 กิโลเมตร เพื่อรองรับปริมาณการจราจรในอีก 5 ปี โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบให้กรมทางหลวง ดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จตามกำหนดและมีประสิทธิภาพ เพื่อประหยัดเวลาในการเดินทาง เน้นมาตรกาาความปลอดภัยและความคล่องตัวในการเดินทาง รวมทั้งให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบททำงานร่วมกันแบบบูรณาการ 2. การติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวง 226 (บ้านสวายจีก - บ้านสองชั้น) ในการก่อสร้างจุดกลับรถ ทางเลี้ยว ทางแยก เกาะยก เกาะสี รวมทั้ง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนเมษายน 2564 3. การเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการแข่งขัน Motor GP 2019 ณ จังหวัดบุรีรัมย์ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม ได้เตรียมการรองรับการแข่งขัน โดยกระทรวงฯ ได้เตรียมแผนงานและประชาสัมพันธ์การเดินทางให้ทั่วถึง โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ ได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กรมทางหลวง ดำเนินการการก่อสร้างสายทาง 2445 และแยกกระสัง ซึ่งจะแล้วเสร็จก่อนการแข่งขัน Motor GP ส่วนเส้นทางสาย 218 บุรีรัมย์ - นางรอง ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จ พร้อมใช้งาน ในส่วนของกรมการขนส่งทางบก ดำเนินการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนที่จะเข้าชมการแข่งขัน โดยจัดเตรียมรถ shuttle bus การปรับปรุงสถานีขนส่งบุรีรัมย์ (ใช้งบจังหวัด ประมาณ 9 ล้านบาท) การจัดรถโดยสาร 4 เส้นทาง ได้แก่ ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ - สนามช้างอารีน่า,สถานีรถไฟบุรีรัมย์ - สนามช้างอารีน่า, สถานีขนส่งบุรีรัมย์ - สนามช้างเซอร์กิต และ อบจ.บุรีรัมย์ - สนามช้างเซอร์กิต ในส่วนกรมท่าอากาศยาน ได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการแข่งขันฯ โดยเตรียมความพร้อมรองรับ Extra flight ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ตรวจจับระเบิด การจัดพื้นที่พักคอยสำหรับผู้โดยสาร ตลอดจนการร่วมมือกับสายการบินและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการซักซ้อมการเคลื่อนย้ายอากาศยาน การซักซ้อมการดับเพลิง ที่จอดรถ และการอำนวยความสะดวกของประชาชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบให้จัดพื้นที่รองรับผู้แข่งขัน และผู้สนับสนุนการจัดงาน รวมทั้งตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา และการรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการเพิ่มโดยพ่วงขบวนรถเพื่อให้เพียงพอกับผู้เข้าชมการแข่งขัน จัดพื้นที่รองรับที่จอดรถ เก้าอี้ไม้หมอน ห้องน้ำ รวมทั้งการจองบัตรโดยสารผ่าน Application และการจ่ายค่าโดยสารด้วยระบบ QR code เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน ทั้งนี้นายศักดิ์สยาม ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 226 บริเวณจุดกลับรถ กม.128+200 และ กม.129+100 พร้อมรับฟังปัญหาจากชาวบ้านชุมชนสวายจีก ที่มีการร้องเรียนให้ช่วยแก้ไขปัญหาจุดตัดรถ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ชาวบ้านชุมชนสวายจีกได้ขอให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน 2 เรื่อง คือ ขอให้ยกเลิกเกาะกลางถนน และขอให้พิจารณาทำทางลอด ซึ่งได้มอบกรมทางหลวง ให้พิจารณาการใช้แบริเออร์ที่ผลิตจากยางพาราที่สามารถรองรับความเร็วรถ 120 กม. ต่อ ชม. ได้ และมีความปลอดภัยสูง แทนการก่อสร้างเกาะกลางถนน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของประชาชน และมอบกรมทางหลวงชนบทให้ปรับแผนการก่อสร้างสะพานข้ามเป็นทางลอดแทนในปีงบประมาณ 63 ต่อมาได้เดินทางไปที่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ โดยนายศักดิ์สยาม ระบุว่า ประชาชนมีความต้องการให้ขยายช่องจราจรเป็น 4 ช่องจราจร เพื่อความสะดวกในการสัญจรไปมา ทั้งนี้ จะเร่งดำเนินการโดยพิจารณาจากความจำเป็นเร่งด่วนและบริหารจัดการให้เป็นโครงข่ายคมนาคมที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นสำคัญ และเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน