รมว.อว.กล่าวต่อว่า ขณะที่ มรภ.ยะลา และ มทร.ศรีวิชัย ได้ร่วมมือกับมูลนิธิซะกาตและสาธารณกุศล ระดมทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมลงพื้นที่ดูแลด้านการอุปโภค บริโภค และซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะใน 3 อำเภอ คือ อ.รามัน อ.บันนังสตา และ อ.กรงปินัง ด้าน ม.อ.ปัตตานี ได้ลงพื้นที่เปิดครัวที่ อ.สายบุรี และ อ.ทุ่งยางแดง ซึ่งได้รับผลกระทบหนักสุดในตอนนี้และมีการระดมทุนช่วยเหลือโดยศูนย์อาสาลูกพระบิดาร่วมกับ โครงการวิจัยแก้ปัญหาความยากจน จ.ปัตตานี พร้อมนี้ยังได้มีการวางแนวทางดำเนินการฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบระยะยาวหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลายต่อไป
“นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานภายใต้กระทรวง อว. เข้าไปให้การช่วยเหลือ เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จะนำกางเกงแก้วที่มีคุณสมบัติกันน้ำได้ไปแจกจ่าย เพื่อช่วยป้องกันการติดโรค เช่น ฉี่หนู น้ำกัดเท้า หรือป้องกันการติดเชื้ออื่นๆ ที่อาจมากับน้ำ และนำผลงานวิจัยเครื่องกรองน้ำ SOS ไปติดตั้ง เพื่อให้ประชาชนมีน้ำดื่มที่สะอาดบริโภค ขณะเดียวกัน ยังมีสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) ที่ส่งข้อมูลภาพจากดาวเทียมดังกล่าวให้กับหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ เพื่อนำไปใช้สนับสนุนในการบริหารจัดการตามภารกิจ ทั้งด้านการวางแผน และการติดตาม เพื่อประเมินสถานการณ์ รวมถึงสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (สสน.) ยังเปิดระบบ “ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้” พร้อมให้พี่น้องประชาชนใช้งาน อัปเดตสถานการณ์แบบ Real Time ทั้งปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ ระดับน้ำในแม่น้ำสำคัญ คาดการณ์ฝนตกล่วงหน้า คาดการณ์น้ำทะเลหนุน และพื้นที่น้ำท่วมในรอบ 7 วันที่ผ่านมา เพียงคลิกไปที่ เว็บไซต์ www.thaiwater.net เป็นต้น” นางสาวศุภมาส กล่าว
