
7 มีนาคม 2567 เวลา 18:48
"รังสิกร" ชี้ปัญหายาบ้าในไทยอยู่ขั้นวิกฤตรุนแรง ระบาดทุกหย่อมหญ้า เรียกร้องทุกภาคส่วนบูรณาการปราบปรามทั้งต้น-ปลายเหตุ ก่อนจะสายเกินไป หวั่นอนาคตลูก หลานจะเป็นอย่างไร หากปัญหายังไม่ถูกแก้
นายรังสิกร ทิมาตฤกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสะท้อนถึงปัญหายาเสพติด โดยระบุว่าปัญหายาเสพติดของประเทศวันนี้ถึงขั้นวิกฤตแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพราะยาบ้ามีทุกหย่อมหญ้า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องฟังเสียงสะท้อนจากผู้แทนราษฎรที่เป็นชาวบ้านว่ามันคืออะไร ยาเสพติดทําลายครอบครัว ทําลายพี่น้องประชาชนและจะทําลายประเทศไทย เพราะมันคือเคมีที่ทําลายสมอง จะทำลายทุกเรื่อง
นายรังสิกร กล่าวว่า ผมกล้าพูดว่าวันนี้เยาวชนไม่ได้แค่ยกพวกตีกัน แต่วันนี้
ยกพวกฆ่ากันแล้ว มีทั้งดาบ มีด ปืน มีทุกหย่อมหญ้า เจ้าหน้าที่รัฐทํางานกันหนักขึ้น ผมเคยฟังเสียงสะท้อนจากกองกําลังผาเมืองที่ทํางานจนประสบความสําเร็จ สู้มาแบบเหนื่อยยาก วันนี้จะดูว่าสถานการณ์ดีขึ้นหรือไม่ จะไปดูจากสถิติการจับไม่ได้ ต้องดูจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในหมู่บ้าน ในตําบล ในอําเภอว่าคืออะไร นั่นคือวิกฤต ถ้าประเทศไทยบอกว่าจะประกาศสงครามกับยาเสพติด และถ้าผมเป็นกรรมการจะยกมือเลยว่าประเทศไทยแพ้ ยาบ้าชนะ วันนี้แม้แต่ ปปส.ยังต้องยอมรับว่าจะมีแต่เหตุการณ์ที่จะเพิ่มความรุนแรง ขยายผล และระบาดไปทั่ว
นายรังสิกร กล่าวว่า หากถามว่าประเทศไทยของเราเคยปราบยาบ้าแล้วประสบความสําเร็จหรือไม่ ต้องยอมรับว่าเกือบ 20 ปีที่แล้วมีนโยบายชัดเจนในการปราบปรามยาบ้า มีการสั่งการแบบบูรณาการชัดเจน สั่งการลงสู่พื้นที่อําเภอ และท้องถิ่น แต่ปัจจุบันยาบ้าระบาดมากขนาดนี้ ซึ่งอยากฝากเป็นประเด็นเอาไว้ คือประเทศไทยไม่ใช่ไม่เคยนําองค์กรทุกองค์กรเดินเข้าไปสู้กับยาเสพติด
จนประสบความสําเร็จในระดับที่สูงในขณะนั้น
"วันนี้ต้องระวัง เพราะยาบ้าไปไกลเกินกว่าจะเยียวยา คําว่าวิกฤตสําหรับยาเสพติดสําหรับยาบ้าของประเทศไทยขึ้นเพดานสูงมาก หันซ้ายหันขวาเจอหมด วันนี้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือกันแบบบูรณาการ แต่วันนี้ยังไม่เห็นว่าหน่วยงานเหล่านี้จะมาคุยกับผู้แทนราษฎร หรือกับท้องถิ่น ข้าราชการระดับแนวหน้าของอําเภอ จังหวัดหรือไม่ ยังไม่มีเสียงเข้ามาว่าจะสู้กับยาเสพติดอย่างไร แต่สิ่งที่เห็นก็คือยาบ้าระบาดหนักมาก เมื่ออนาคตของประเทศมาถึงวิกฤต วันข้างหน้าลูกหลานจะเป็นอย่างไร จะให้มั่นใจได้อย่างไรว่าถ้าไปเดินซื้อของตามสถานที่ต่าง ๆ จะไม่เจอกับคนที่คลุ้มคลั่ง ถ้าเหตุการณ์เกิดขึ้นกับครอบครัวจะมานั่งเสียดายว่ารู้อย่างนี้ วันนั้นเราน่าจะร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพราะเรื่องนี้เป็นวาระวิกฤตของชาติจริง ๆ ต้องปราบทั้งต้นเหตุและปลายเหตุก่อนที่จะสายเกินไป" นายรังสิกรกล่าว