ถามกรมชลประทาน ทำไมน้ำท่วม-ภัยแล้ง ซ้ำซากทุกปี

ถามกรมชลประทาน ทำไมน้ำท่วม-ภัยแล้ง ซ้ำซากทุกปี

"สส.ประดิษฐ์" ถาม กรมชลประทาน ใช้งบประมาณ 6-7 ปี แต่ทำไมเกิด น้ำท่วม-ภัยแล้ง ตั้งแต่ จังหวัดนครสวรรค์-อยุธยา ซ้ำซากทุกปี แนะ “แหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ” หรือ “ทุ่งรับน้ำ”แก้ปัญหาได้ วันที่ 20 มีนาคม 2567 นายประดิษฐ์ สังขจาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เขตที่ 5 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ 2567 มาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณปี 2567 จํานวนเงิน 118,596 ล้านบาทเศษ ดูแลแผนงานทั่วไป ในส่วนกรมและสํานักงานทั้งหมด 17 หน่วยรับงบประมาณ ในส่วนของกรมชลประทาน ได้ขอรับงบประมาณในปี 2567 ที่ 81,138 ล้านบาทเศษ และในชั้นกรรมาธิการ ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณเป็นจํานวนเงิน 20 ล้านบาท คิดเป็นเพียง 0.06% . นายประดิษฐ์ อภิปรายว่า การตัดงบประมาณน้อยแสดงว่าคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณ มองเห็นถึงความสําคัญของกรมชลประทาน ซึ่งเป็นกรมหลักของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ต้องดูแลพื้นที่ในเขตชลประทานประมาณ 27.4 ล้านไร่ ซึ่งมีภารกิจในการปรับปรุงซ่อมแซมบํารุงรักษา ตลอดจนบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ ให้เพียงพอทั่วถึง และเป็นธรรม ดําเนินการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อันเกิดจากภัยภารกิจอย่างเหมาะสม เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ . นายประดิษฐ์ กล่าวว่า การตั้งงบประมาณของกรมชลประทานจะประกอบด้วย โครงการจัดหาแหล่งน้ำ โครงการอ่างเก็บน้ำ โครงการขุดลอกแหล่งน้ำ โครงการปรับปรุงระบบส่งน้ำ โครงการปรับปรุงฝาย โครงการแก้มลิง และโครงการอื่นๆอีกมากมาย ทุกท่านคงเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซากในทุกปี ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง งบประมาณที่กรมชลประทานได้รับ 81,000 กว่าล้านในปีนี้ อยากจะสอบถามเพื่อความมั่นใจว่าโครงการทั้งหมดที่เสนอมาจะสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้จริง ส่วนตัวผมมองว่าโครงการต่างๆเหล่านี้ทุกโครงการนั้นมีความสําคัญกับพ่อแม่พี่น้องในเขตพื้นที่ชลประทาน เป็นความหวังเล็ก ๆ ของชาวบ้านที่จะมีความชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จากโครงการต่างๆเหล่านี้ . “ที่ผ่านมา ปี 2561 ถึงปี 2565 กรมชลประทาน ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําถึง 339,262 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านมา กรมชลประทานได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจําถึง 77,483 ล้านบาท และในปีนี้ ได้อีก 81,000 ล้านบาทเศษ พ่อแม่พี่น้องประชาชนรวมถึงตัวผมเริ่มสงสัยว่า ทําไมงบประมาณมากมายขนาดนี้ ผ่านมา 5-6 ปี ยังไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม ถึงหน้าน้ำมา น้ำก็ยังท่วมเหมือนเดิม ถึงหน้าแล้งเกษตรกรประสบปัญหาขาดน้ำในการทําการเกษตรอยู่เหมือนเดิม ทําไมในพื้นที่หลายๆจังหวัดในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ ลงมาถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังเห็นปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำซากอยู่เหมือนเดิม อยากจะทราบว่าคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณได้สอบถามถึงโครงการที่จะแก้ไขปัญหาต่างๆเหล่านี้อย่างจริงจังบ้างหรือไม่ อยากให้มีการทําโครงการแหล่งกักเก็บน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือว่าทุ่งรับน้ำ ที่จะเก็บน้ำได้ ทั้งเวลาน้ำท่วม และทําให้มีน้ำใช้ในหน้าแล้ง” . นายประดิษฐ์ กล่าวว่า กรรมาธิการตัดลดงบประมาณเพียงเล็กน้อย แสดงว่าทุกท่านมองเห็นความสําคัญของระบบชลประทาน ที่จะช่วยแก้ไขความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ อยากจะขอฝากไปยังกรมชลประทานให้ใช้เงินงบประมาณทุกบาททุกสตางค์จากภาษีของพ่อแม่พี่น้องประชาชนให้มีประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ดีขึ้นเพราะว่าน้ำคือชีวิต