นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาที่ดินทํากินโดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว ป่าคลองเกาะสุย ตําบลเขานิเวศ ตําบลบางลิ้น อําเภอเมือง จังหวัดระนองที่เคยได้รับอนุญาตให้เขาทําประโยชน์โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองและเทศบาลเมืองระนอง แต่ปัจจุบันได้หมดสัญญาเช่าแล้ว ซึ่งได้ติดตามและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว จนมาถึงสมัยรัฐบาลนี้ นําโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้จัดประชุมครมสัญจร เมื่อวันที่ 22-23 ม.ค.2567 และมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องที่อาศัยอยู่พื้นที่ แต่บัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข
นายคงกฤษ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาของพี่น้องประมงพาณิชย์ที่ต้องการให้ช่วยผลักดันโครงการนําเรือประมงออกนอกระบบ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 กรมประมงเปิดให้เรือที่มีใบอนุญาตทําการประมงพาณิชย์ และทะเบียนเรือที่ถูกต้อง ต้องขายคืนรัฐบาลจํานวน 99 ลํา เมื่อปี 2565 กรมประมงลงมาสํารวจสภาพเรือประมงอีกครั้งเหลือเรือที่จะขายคืนรัฐบาลเพียง 61 ลํา ผ่านมา 6 ปี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ทางกรมประมงได้ออกมาชี้แจงว่าเรือบางลําไม่สามารถรับซื้อคืนได้ จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเร่งเยียวยารับซื้อเรือชุดนี้คืนและเปิดให้มีการลงทะเบียนเหลือชุดใหม่ที่ประสงค์จะขายคืนเรืองรัฐบาลต่อไป ซึ่งปัญหาของพี่น้องชาวประมงพาณิชย์มีถึง 22 จังหวัด จึงเรียนประธานสภาไปยังนายกรัฐมนตรีได้ช่วยเร่งดําเนินการแก้ไขปัญหาทั้งสองเรื่องซึ่งเป็นหัวใจหลักของพี่น้องประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้หรือเอสอีซี ซึ่งมีเมกะโปรเจคหรือแลนด์บิดที่จะพัฒนาการขนส่งสินค้าระหว่างอันดามันฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร ต่อไป

24 กรกฎาคม 2567 เวลา 13:36
"สส.คงกฤษ" วอนรัฐ แก้ที่ทำกินป่าสงวนฯ หมดสัญญาเช่า เร่งเยียวยารับซื้อคืนเรือประมง พร้อมเปิดลงทะเบียนขายคืนเรือให้รัฐบาล
นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย หารือประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหาที่ดินทํากินโดยเฉพาะในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าคลองหัวเขียว ป่าคลองเกาะสุย ตําบลเขานิเวศ ตําบลบางลิ้น อําเภอเมือง จังหวัดระนองที่เคยได้รับอนุญาตให้เขาทําประโยชน์โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองและเทศบาลเมืองระนอง แต่ปัจจุบันได้หมดสัญญาเช่าแล้ว ซึ่งได้ติดตามและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว จนมาถึงสมัยรัฐบาลนี้ นําโดยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้จัดประชุมครมสัญจร เมื่อวันที่ 22-23 ม.ค.2567 และมอบหมายให้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาของพี่น้องที่อาศัยอยู่พื้นที่ แต่บัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข
นายคงกฤษ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาของพี่น้องประมงพาณิชย์ที่ต้องการให้ช่วยผลักดันโครงการนําเรือประมงออกนอกระบบ ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2561 กรมประมงเปิดให้เรือที่มีใบอนุญาตทําการประมงพาณิชย์ และทะเบียนเรือที่ถูกต้อง ต้องขายคืนรัฐบาลจํานวน 99 ลํา เมื่อปี 2565 กรมประมงลงมาสํารวจสภาพเรือประมงอีกครั้งเหลือเรือที่จะขายคืนรัฐบาลเพียง 61 ลํา ผ่านมา 6 ปี เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ทางกรมประมงได้ออกมาชี้แจงว่าเรือบางลําไม่สามารถรับซื้อคืนได้ จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเร่งเยียวยารับซื้อเรือชุดนี้คืนและเปิดให้มีการลงทะเบียนเหลือชุดใหม่ที่ประสงค์จะขายคืนเรืองรัฐบาลต่อไป ซึ่งปัญหาของพี่น้องชาวประมงพาณิชย์มีถึง 22 จังหวัด จึงเรียนประธานสภาไปยังนายกรัฐมนตรีได้ช่วยเร่งดําเนินการแก้ไขปัญหาทั้งสองเรื่องซึ่งเป็นหัวใจหลักของพี่น้องประชาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการพัฒนาโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้หรือเอสอีซี ซึ่งมีเมกะโปรเจคหรือแลนด์บิดที่จะพัฒนาการขนส่งสินค้าระหว่างอันดามันฝั่งอ่าวไทยที่จังหวัดระนอง และจังหวัดชุมพร ต่อไป