"กิตติ" วอนรัฐ หนุนงบ ท่องเที่ยวฯเพิ่ม เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจไทย

"กิตติ" วอนรัฐ หนุนงบ ท่องเที่ยวฯเพิ่ม เพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจไทย

“กิตติ” สส.กระบี่ วอน รัฐ สนับสนุนงบ ก.การท่องเที่ยวฯ เพิ่มเติม ชี้ ให้มีการปรับลดงบประมาณเพียง 0.1% เพื่อบรรลุเป้าหมายกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไทย . 3 กันยายน 2567 นายกิตติ กิตติธรกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย อภิปรายการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 ในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ถือเป็นหน่วยงานหลักในการหาเงินเข้าประเทศมาโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมื่อปี 2563 เศรษฐกิจของประเทศทรุดตัวอย่างยิ่ง สืบเนื่องจากผลกระทบวิกฤตโควิด-19 แต่อย่างไรก็ตามธุรกิจที่ทำให้ประเทศไทยฟื้นตัวกลับมาได้ก็คือ การท่องเที่ยว โดยเริ่มที่โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ซึ่งขณะนั้นนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นรมว.ท่องเที่ยวฯ ได้กำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยว ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว และในวันนี้เศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลกก็ยิ่งต้องกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวเป็นหลักผ่านทางงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา . นายกิตติ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อย้อนให้เห็นถึงงบย้อนหลังของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า มีเพียงปี 2565 เท่านั้น ที่ทางกระทรวงท่องเที่ยวฯ ได้รับการสนับสนุนเพิ่มขึ้น 3.98% นอกนั้นจะถูกปรับลดมาโดยตลอด โดยปี 2567 และปี 2568 ลดลงปีละ 2.08 % เท่าๆ กัน ซึ่งแนวโน้มการลดลงเช่นนี้สวนทางกับการที่ประเทศไทยมีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นหลักของ GDP ประเทศไทย นอกจากนั้นแล้วทางรัฐบาลยังตั้งเป้าไว้ว่าจะดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เป็น 25% ของ GDP ในปี 2570 รวมทั้งยังผลักดันให้คนไทยออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น 50% ในปี 2570 เช่นกัน ซึ่งการที่เราจะบรรลุทั้งสองเป้าหมายนั้น ก.การท่องเที่ยวฯ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับงบสนับสนุนเพิ่มเติม แต่งบประมาณที่ได้กลับลดลงเป็นลำดับ ซึ่งสวนทางกับสิ่งที่คาดหวัง . นอกจากนั้น แล้วคณะกรรมาธิการงบประมาณยังได้ขอปรับลดลงอีก 33.519 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 0.63% ของงบประมาณที่ตั้งไว้ แม้ว่าจะไม่ใช่จำนวนเงินที่มากนักเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณทั้งหมด แต่เกรงว่างบของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ที่ได้รับน้อยลงทุกปีอยู่แล้วนั้น ยังถูกปรับลดอีก จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยรายละเอียดของแต่ละโครงการเมื่อนำมาเทียบกับพันธกิจของกระทรวงแล้วนั้น ด้านการท่องเที่ยว การส่งเสริมการใช้นวัตกรรมเพื่อการบริหารจัดการตลาดสินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว จะเห็นว่ามีการปรับลดโครงการที่ส่งเสริมพันธกิจนี้คือ สำนักปลัดแผนยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพการท่องเที่ยว โครงการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลท่องเที่ยวท้องถิ่น Smart Travel Safety กองบัญชาการท่องเที่ยว ต.หนองปรือ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 1 โครงการงบประมาณ 15,449,000 บาท ถูกปรับลด 1,449,000 บาท คิดเป็น 9.38% ซึ่งโครงการดังกล่าวได้สนับสนุนพันธกิจหลักของกระทรวงแบบ Smart Travel Safety จึงไม่ควรถูกปรับลดเกือบ 10% . ขณะที่ด้านกีฬา การปรับปรุงวิถีชีวิต และสุขภาพอนามัยของพี่น้องคนไทยผ่านการออกกำลังกายกีฬา และนันทนาการ ได้มีการปรับลดแผนงานยุทธศาสตร์เสริมสร้างศักยภาพด้านการกีฬาของสำนักปลัดโครงการ platform เชื่อมโยง และบูรณาการข้อมูลสถิติการออกกำลังกายของพี่น้องประชาชน Calories Credit Challenge ระยะ 3 งบประมาณ 15,050,000 บาท ถูกปรับลด 3 ล้านบาท คิดเป็น 19.93% ค่าใช้จ่ายโครงการบูรณาการ และขับเคลื่อนแผนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ สู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ 1 รายการงบประมาณ 19 ล้านบาท ถูกปรับลด 2 ล้านบาท คิดเป็น 10.53% ซึ่งทั้ง 2 โครงการนี้ถือได้ว่าเป็นโครงการที่ผลักดันภารกิจหลักของการกีฬาเช่นกัน จึงไม่น่าจะถูกปรับลดงบประมาณในระดับ 10-20% . ทั้งนี้ เห็นว่าการปรับลดงบประมาณในโครงการที่ขับเคลื่อนพันธกิจของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทั้ง 3 โครงการนี้ จะส่งผลต่อเป้าหมาย และวัตถุประสงค์ของรัฐบาลด้านการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อให้สามารถตอบสนองพันธกิจของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น จึงขอให้มีการปรับลดงบประมาณของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เพียง 0.1% ของงบประมาณ 5,304 ล้านบาท หรือเท่ากับ 5,304,000 บาท นายกิตติ กล่าวทิ้งท้าย