วันที่ 4 กันยายน 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับจัดสรร 55,930 ล้านบาทเศษ โดยปรับลดงบ 0.5 % ซึ่งกรมการข้าวได้รับจัดสรร 489,362,300 บาทซึ่งจะขออภิปรายยุทธศาสตร์ที่ 5 คือแนวยุทธศาสตร์จากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศงบ 67,698,000 บาท ตอนนี้ชาวนาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตปี 2564 เป็นเงิน 3,920 บาท ปี 2565 เพิ่มขึ้นมาเป็น 4,120 บาท ปี 2566 เพิ่มขึ้นมาเป็น 5,210 บาท ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ชาวนาได้รับเงินชดเชยเพียงไร่ละ 1,340 บาทมาเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ชาวนาผลิตข้าว ถ้าเกิดมีน้ำท่วมหรือภัยพิบัติที่ทําให้นาข้าวไม่สามารถเกี่ยวได้ก็ขาดทุน เพราะว่าต้นทุนการผลิตกับเงินเยียวยาที่ทางรัฐบาลให้ไปไม่คุ้มค่า
นายอำนาจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่จะทบทวนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือเรื่องเงินเยียวยาไร่ละ 1,000 บาท เพื่อส่งเสริมปัจจัยการผลิตของชาวนาจํานวน 20 ไร่ เป็นเงิน 20,000 บาทที่ในทุกๆ ปีตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กับชาวนามาโดยตลอดเพื่อใช้เป็นต้นทุนในการผลิตข้าวแต่ปีนี้และปีที่แล้วหายไป ตนไปดูในงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีพูดถึงไร่ละ 1,000 บาทเลย จึงอยากจะทวงถามให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนาทั่วประเทศว่าเงินไร่ละ 1,000 บาทในปี 2568 ทางรัฐบาลของนายกฯ แพรทองธาร ชินวัตร ที่จะเข้ามารับตําแหน่งในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าจะมีนโยบายช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 กลับมาหรือไม่ เพราะปีที่แล้วรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ได้ตัดออกไป
"อยากจะฝากวิงวอนไปถึงสํานักงบประมาณ ให้คํานึงถึงกระดูกสันหลังของเราคือชาวนา ขณะที่ชาวนาประเทศอื่นร่ำรวยทุกประเทศ มีแต่ชาวนาไทยยิ่งทํายิ่งจน ยิ่งทํายิ่งเป็นหนี้ธกส. โครงการพักหนี้ที่ทางรัฐบาลให้ไปก็พักแต่ต้นไม่พักดอก ทำให้ออกดอกออกผลยิ่งกว่าจํานวนเม็ดข้าวอีก ชาวนาก็เป็นหนี้เป็นสินอย่างนี้ตลอดไป จึงอยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี และสํานักงบประมาณพิจารณาช่วยเหลือชาวนาในเรื่องเยียวยาไร่ละ 1,340 บาทมันไม่พอกับต้นทุน อยากให้เพิ่มขึ้นสมเหตุสมผลกับต้นทุน และไร่ละ 1000 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่ชาวนาควรจะได้รับ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ชาวนาได้มีกําลังใจที่จะปลูกข้าว อย่าให้ชาวนาหมดกําลังใจแล้วขายนาไปทําอย่างอื่นกันจนหมด เดี๋ยวประเทศไทยจะไม่มีข้าวให้กับทุกท่านได้ทาน" นายอำนาจ กล่าว

4 กันยายน 2567 เวลา 12:33
ยิ่งทํา ยิ่งจน! "อำนาจ" ฝากเพิ่มเงินชดเชยชาวนา ทวงนโยบายไร่ละพัน
ยิ่งทํา ยิ่งจน! "อำนาจ" ฝากรัฐบาลเพิ่มเงินชดเชยชาวนาจ่ายไม่สอดคล้องกับต้นทุน ทวงถามนโยบายเงินอุดหนุนไร่ละ 1,000 บาท นำกลับมาหรือไม่ เหตุทำเกษตรกรขาดรายได้
วันที่ 4 กันยายน 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับจัดสรร 55,930 ล้านบาทเศษ โดยปรับลดงบ 0.5 % ซึ่งกรมการข้าวได้รับจัดสรร 489,362,300 บาทซึ่งจะขออภิปรายยุทธศาสตร์ที่ 5 คือแนวยุทธศาสตร์จากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศงบ 67,698,000 บาท ตอนนี้ชาวนาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตปี 2564 เป็นเงิน 3,920 บาท ปี 2565 เพิ่มขึ้นมาเป็น 4,120 บาท ปี 2566 เพิ่มขึ้นมาเป็น 5,210 บาท ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ชาวนาได้รับเงินชดเชยเพียงไร่ละ 1,340 บาทมาเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ชาวนาผลิตข้าว ถ้าเกิดมีน้ำท่วมหรือภัยพิบัติที่ทําให้นาข้าวไม่สามารถเกี่ยวได้ก็ขาดทุน เพราะว่าต้นทุนการผลิตกับเงินเยียวยาที่ทางรัฐบาลให้ไปไม่คุ้มค่า
นายอำนาจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่จะทบทวนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือเรื่องเงินเยียวยาไร่ละ 1,000 บาท เพื่อส่งเสริมปัจจัยการผลิตของชาวนาจํานวน 20 ไร่ เป็นเงิน 20,000 บาทที่ในทุกๆ ปีตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กับชาวนามาโดยตลอดเพื่อใช้เป็นต้นทุนในการผลิตข้าวแต่ปีนี้และปีที่แล้วหายไป ตนไปดูในงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีพูดถึงไร่ละ 1,000 บาทเลย จึงอยากจะทวงถามให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนาทั่วประเทศว่าเงินไร่ละ 1,000 บาทในปี 2568 ทางรัฐบาลของนายกฯ แพรทองธาร ชินวัตร ที่จะเข้ามารับตําแหน่งในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าจะมีนโยบายช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 กลับมาหรือไม่ เพราะปีที่แล้วรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ได้ตัดออกไป
"อยากจะฝากวิงวอนไปถึงสํานักงบประมาณ ให้คํานึงถึงกระดูกสันหลังของเราคือชาวนา ขณะที่ชาวนาประเทศอื่นร่ำรวยทุกประเทศ มีแต่ชาวนาไทยยิ่งทํายิ่งจน ยิ่งทํายิ่งเป็นหนี้ธกส. โครงการพักหนี้ที่ทางรัฐบาลให้ไปก็พักแต่ต้นไม่พักดอก ทำให้ออกดอกออกผลยิ่งกว่าจํานวนเม็ดข้าวอีก ชาวนาก็เป็นหนี้เป็นสินอย่างนี้ตลอดไป จึงอยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี และสํานักงบประมาณพิจารณาช่วยเหลือชาวนาในเรื่องเยียวยาไร่ละ 1,340 บาทมันไม่พอกับต้นทุน อยากให้เพิ่มขึ้นสมเหตุสมผลกับต้นทุน และไร่ละ 1000 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่ชาวนาควรจะได้รับ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ชาวนาได้มีกําลังใจที่จะปลูกข้าว อย่าให้ชาวนาหมดกําลังใจแล้วขายนาไปทําอย่างอื่นกันจนหมด เดี๋ยวประเทศไทยจะไม่มีข้าวให้กับทุกท่านได้ทาน" นายอำนาจ กล่าว
วันที่ 4 กันยายน 2567 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2568 นายอำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย อภิปรายมาตรา 14 งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับจัดสรร 55,930 ล้านบาทเศษ โดยปรับลดงบ 0.5 % ซึ่งกรมการข้าวได้รับจัดสรร 489,362,300 บาทซึ่งจะขออภิปรายยุทธศาสตร์ที่ 5 คือแนวยุทธศาสตร์จากผลกระทบการเปลี่ยนแปลงของสภาวะภูมิอากาศงบ 67,698,000 บาท ตอนนี้ชาวนาได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเป็นการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ต้นทุนการผลิตปี 2564 เป็นเงิน 3,920 บาท ปี 2565 เพิ่มขึ้นมาเป็น 4,120 บาท ปี 2566 เพิ่มขึ้นมาเป็น 5,210 บาท ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ชาวนาได้รับเงินชดเชยเพียงไร่ละ 1,340 บาทมาเป็นเวลา 3 ปีติดต่อกัน ไม่คุ้มกับต้นทุนที่ชาวนาผลิตข้าว ถ้าเกิดมีน้ำท่วมหรือภัยพิบัติที่ทําให้นาข้าวไม่สามารถเกี่ยวได้ก็ขาดทุน เพราะว่าต้นทุนการผลิตกับเงินเยียวยาที่ทางรัฐบาลให้ไปไม่คุ้มค่า
นายอำนาจ นอกจากนี้ยังมีเรื่องที่จะทบทวนกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือเรื่องเงินเยียวยาไร่ละ 1,000 บาท เพื่อส่งเสริมปัจจัยการผลิตของชาวนาจํานวน 20 ไร่ เป็นเงิน 20,000 บาทที่ในทุกๆ ปีตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้กับชาวนามาโดยตลอดเพื่อใช้เป็นต้นทุนในการผลิตข้าวแต่ปีนี้และปีที่แล้วหายไป ตนไปดูในงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีพูดถึงไร่ละ 1,000 บาทเลย จึงอยากจะทวงถามให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนาทั่วประเทศว่าเงินไร่ละ 1,000 บาทในปี 2568 ทางรัฐบาลของนายกฯ แพรทองธาร ชินวัตร ที่จะเข้ามารับตําแหน่งในอีกไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าจะมีนโยบายช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 กลับมาหรือไม่ เพราะปีที่แล้วรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ได้ตัดออกไป
"อยากจะฝากวิงวอนไปถึงสํานักงบประมาณ ให้คํานึงถึงกระดูกสันหลังของเราคือชาวนา ขณะที่ชาวนาประเทศอื่นร่ำรวยทุกประเทศ มีแต่ชาวนาไทยยิ่งทํายิ่งจน ยิ่งทํายิ่งเป็นหนี้ธกส. โครงการพักหนี้ที่ทางรัฐบาลให้ไปก็พักแต่ต้นไม่พักดอก ทำให้ออกดอกออกผลยิ่งกว่าจํานวนเม็ดข้าวอีก ชาวนาก็เป็นหนี้เป็นสินอย่างนี้ตลอดไป จึงอยากฝากไปถึงนายกรัฐมนตรี และสํานักงบประมาณพิจารณาช่วยเหลือชาวนาในเรื่องเยียวยาไร่ละ 1,340 บาทมันไม่พอกับต้นทุน อยากให้เพิ่มขึ้นสมเหตุสมผลกับต้นทุน และไร่ละ 1000 บาท ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตที่ชาวนาควรจะได้รับ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ชาวนาได้มีกําลังใจที่จะปลูกข้าว อย่าให้ชาวนาหมดกําลังใจแล้วขายนาไปทําอย่างอื่นกันจนหมด เดี๋ยวประเทศไทยจะไม่มีข้าวให้กับทุกท่านได้ทาน" นายอำนาจ กล่าว