
17 ธันวาคม 2562 เวลา 10:46
รมว.คมนาคม เผย รองนายกฯ อนุทิน ตรวจโครงการมอเตอร์เวย์ และจ่ายค่าเวนคืน บางใหญ่-กาญจนบุรี 18 ธ.ค.นี้
รมว.คมนาคม เผย รองนายกฯ อนุทิน ตรวจโครงการมอเตอร์เวย์ และจ่ายค่าเวนคืน บางใหญ่-กาญจนบุรี ที่ ต.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ในวันพุธนี้(18 ธ.ค.2562) เตรียมนำประสบการณ์แนะนำ เพื่อเร่งงานก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็ว คาดจะรองรับเศรษฐกิจมูลค่านับแสนล้าน
.
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในวันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข จะเดินทางไปตรวจเยี่ยม และเป็นประธานมอบค่าเวนคืนที่ดิน มอเตอร์เวย สายบางใหญ่-กาญจนบุรี บริเวณตอนที่ 20 ตำบลตะคร้ำเอน อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี โดยประชาชนที่จะได้รับค่าเวนคืนทั้งหมด ประกอบไปด้วยจังหวัดกาญจนบุรี มี 689 ราย และจังหวัดราชบุรี มี 123 ราย
.
ทั้งนี้ทางกรมทางหลวง จะได้รีบดำเนินการจ่ายค่าเวนคืนที่ดินให้เสร็จภายในเดือน ธันวาคม 2562 และเร่งเดินหน้าก่อสร้างโดยจะเร่งรัดแผนงานโครงการต่างๆ ให้เสร็จโดยเร็วต่อไปเพื่อให้เป็นไปตามบัญชาของพลเอกประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการเมื่อคราวไปตรวจเยี่ยม และเป็นประธานมอบเงินค่าเวนคืนที่จังหวัดนครปฐม
.
“การเดินทางไปครั้งนี้ของนายอนุทินฯ นอกจากนี้จะได้ตรวจเยี่ยมและมอบค่าเวนคืนแล้ว ยังจะได้มีโอกาสพบผู้เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างทาง ที่จะหารือและนำประสบการณ์ที่เกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ มาแนะนำแนวทางเพื่อเร่งรัดงานก่อสร้างมอเตอร์เวย์ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี”นายศักดิ์สยาม กล่าว
.
นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า นักพยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย คาดการณ์ว่า ในอนาคตหากโครงการนี้เชื่อมต่อกับโครงการท่าเรือทวาย ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ไปที่ท่าเรือมาบตาพุด และท่าเรือแหลมฉบัง คาดว่า มูลค่าเศรษฐกิจภาพคร่าวๆ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ อุตสาหกรรมที่จะอยู่ในนิคมกาญจนบุรีหรือนิคมระยอง อาจจะมีคนมาสนใจมาลงทุนในนิคมเหมราช อมตะ และอื่นๆ เมื่ออุตสาหกรรมมาลงทุนมากขึ้น จะเกิดธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจการเงิน การปล่อยสินเชื่อธุรกิจทางด้านประกันภัย ประกันด้านการขนส่ง ธุรกิจการเงิน ธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตามแนวทาง และธุรกิจต่างๆ มากมาย ซึ่งอาจจะทำให้มีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้ เชื่อว่าปีๆ หนึ่งไม่ต่ำกว่าแสนล้าน และทำให้จีดีพีโตได้ประมาณ 1% เป็นอย่างน้อย น่าจะเกิดขึ้นได้