"อนุทิน" รองนายกฯ และรมว.สธ. เผย WHO ชื่นชมไทยควบคุมโรคโควิด 19 ได้ดี ผลิตคลิปเผยแพร่ทั่วโลก

"อนุทิน" รองนายกฯ และรมว.สธ. เผย WHO ชื่นชมไทยควบคุมโรคโควิด 19 ได้ดี ผลิตคลิปเผยแพร่ทั่วโลก

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผย องค์การอนามัยโลกผลิตสารคดีความสำเร็จของประเทศไทยในการควบคุมโรคโควิด-19 เผยแพร่ ชื่นชมระบบสาธารณสุขพื้นฐานเข้มแข็ง ใช้ยุทธศาสตร์การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน มี อสม.ช่วยเฝ้าระวังในชุมชน นักระบาดวิทยามีความชำนาญ ห้องแล็บมีศักยภาพ เข้มค้นหา แยกกัก รักษาผู้ป่วย และติดตามผู้สัมผัส รองนายกฯ และรมว.สธ. นายอนุทิน  กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี จนเป็นที่ยอมรับและได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก และนานาประเทศ องค์การอนามัยโลกจึงมาถ่ายทำและผลิตวิดีโอ “แบ่งปันประสบการณ์โควิด-19 และมุมมองการตอบสนองของประเทศไทย” เป็นคลิปสารคดีเกี่ยวกับความสำเร็จของประเทศไทยในการตอบสนองต่อโรคโควิด-19 และการป้องกันควบคุมโรค เพื่อถ่ายทอดและแบ่งปันประสบการณ์แก่ประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ถือเป็นประเทศที่ 2 ถัดจากประเทศนิวซีแลนด์ โดยได้จัดทำเป็นวิดีโอ 2 ภาษา คือ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ มีความยาวประมาณ 4.25 นาที เผยแพร่ทางช่อง Youtube ของ World Health Organization https://youtu.be/0wFuq-QdwAU หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์องค์การอนามัยโลก www.who.int/covid-19 นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ใจความสำคัญที่ต้องการถ่ายทอดคือ หากมีระบบสาธารณสุขพื้นฐานที่เข้มแข็ง การต่อสู้กับโรคระบาดอย่างโรคโควิด-19 จะง่ายขึ้นมาก ซึ่งประเทศไทยใช้เวลาถึง 40 ปีในการลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุข โดยจุดเด่นของระบบสุขภาพของไทยคือ การออกแบบเพื่อปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ ตอบสนองได้รวดเร็วด้วยยุทธศาสตร์ที่ให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการป้องกัน ค้นหา รักษา และติดตาม ซึ่งองค์การอนามัยโลกได้พยายามสื่อสารกับทุกประเทศถึงความจำเป็นในการค้นหาผู้ป่วย แยกกัก รักษา และติดตามผู้สัมผัส นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกมองว่าปัจจัยความสำเร็จของประเทศไทยคือ การที่มีอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และอาสาสมัครสาธารณสุขต่างด้าว (อสต.) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบสุขภาพที่มีความเข้มแข็ง ทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เฝ้าระวังควบคุมการแพร่ระบาดในชุมชน มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีแรงจูงใจ ทุ่มเททำงาน มีนักระบาดวิทยาภาคสนามที่มีความชำนาญ ห้องปฏิบัติการมีศักยภาพสูง และความร่วมมือของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาสังคม เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้รัฐบาลควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ได้ ความสำเร็จในการรับมือโรคโควิด-19 จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงการเตรียมการและวางแผนกันมาอย่างดีของประเทศไทย ด้าน ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าวว่า การตอบสนองอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพของประเทศไทยเป็นแบบอย่างที่น่ายกย่องซึ่งมีรากฐานจากหลายทศวรรษแห่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านสาธารณสุขและความพร้อมในระดับสูงที่จะรับมือกับการระบาดของไวรัสหรือสถานการณ์สาธารณสุขฉุกเฉินอื่น ๆ เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก ประเทศไทยได้เริ่มรับมืออย่างรวดเร็วเมื่อต้นเดือนมกราคมเมื่อเริ่มมีสัญญาณบ่งชี้ว่า โรคโควิด-19 จะเป็นปัญหาใหญ่ ข้าพเจ้าขอชื่นชมการทำงานอย่างแข็งขันของรัฐบาลในการขับเคลื่อนทุกภาคส่วนของสังคมเพื่อรับมือกับความท้าทายใหญ่หลวงนี้ และขอแสดงความยินดีกับบุคลากรทางการแพทย์และอาสาสมัครทุกคนที่ได้ทุ่มเทเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น