"รมช.กนกวรรณ" เปิดประชุม “คลังปัญญาผู้สูงอายุ” ย้ำรวมภูมิปัญญารากหญ้าครบทุกมิติ-น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

"รมช.กนกวรรณ" เปิดประชุม “คลังปัญญาผู้สูงอายุ” ย้ำรวมภูมิปัญญารากหญ้าครบทุกมิติ-น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

"รมช.กนกวรรณ" เปิดประชุม “คลังปัญญาผู้สูงอายุ” ย้ำรวมภูมิปัญญารากหญ้าครบทุกมิติ-น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หนุนพลังเทคโนโลยีเครือข่ายสร้างองค์ความรู้รากเหง้าความเป็นไทย เชื่อมต่อเด็ก-คนทำงาน-ผู้สูงวัยอยู่ร่วมกันในชุมชนสันติสุข เมื่อวันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2563 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมนำเสนอนโนยบาย “คลังปัญญาผู้สูงอายุ เพื่อรวมพลังภาคีสร้างชุมชนสุขภาวะ” ณ ห้องประชุมราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวเปิดตอนหนึ่งว่า ในเรื่องของคลังภูมิปัญญา เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ที่แสดงให้เห็นถึงรากเหง้า วิถีชีวิตบรรพบุรุษ ที่ทั้งผู้รู้ ปราชญ์ชาวบ้าน ปราชญ์ชุมชน และคนไทยรุ่นก่อน ซึ่งผ่านการสั่งสมประสบการณ์ องค์ความรู้ การทำมาหากิน ความเป็นอยู่ได้อย่างชัดเจน ซึ่งถือเป็นผู้มีคุณูปการต่อประเทศ ที่ควรรักษา สืบสาน และเผยแพร่ให้เยาวชนคนรุ่นหลัง ได้ตระหนักถึงความสำคัญและคุณค่าของผู้สูงอายุ ผ่านองค์ความรู้และชุดข้อมูลในการพัฒนาพื้นที่ ก่อเกิดเป็นความเชื่อถือ ศรัทธา และสืบสานภูมิปัญญาและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีของคนทุกช่วงวัยในชุมชน . ซึ่งต้องยอมรับว่า ฐานข้อมูลเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ที่จะต้องพัฒนาให้มีการนำเข้าข้อมูลสู่ระบบโดยนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือ ความถูกต้องครอบคลุมของข้อมูลในทุกมิติ โดยน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงสืบสานต่อยอด พร้อม ๆ กับรวบรวมภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ ภูมิปัญญาด้านอาชีพ อาหารคาวหวาน เชื่อมโยงสู่ความต้องการพัฒนาของคนในพื้นที่ ไปจนถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่จะช่วยสนับสนุนการเข้าถึงระบบ ทั้งในแบบออฟไลน์และออนไลน์ มาผนวกกับนโยบาย กศน.WOW ด้านการเสริมสร้างความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย (Good Partnership) เชื่อมโยงสู่ Good Activities และ Good Innovation และสิ่งที่คาดหวังต่อไปก็คือ Good Learning Center ซึ่งสอดคล้องกับเสียงสะท้อนในการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นในการจัดการศึกษาของ กศน.ทั่วประเทศตลอดเวลาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ที่ต้องการมีอาคารสถานที่เป็นของตัวเอง เพื่อจะได้ของบประมาณในการซ่อมบำรุง พัฒนาปรับปรุง เนื่องจาก กศน.อยู่ใกล้ชิดประชาชนมากสุด ดังนั้น จะทำอย่างไรให้ กศน.มีความเข้มแข็ง พร้อมที่จะผนึกกำลังกับทุกภาคส่วน หรือเสริมเติมเต็ม เพื่อให้คลังปัญญาในทุกพื้นที่มีจำนวนมากถูกจัดเก็บข้อมูลได้อย่างครอบคลุมในทุกมิติ ที่จะสร้างความน่าเชื่อถือต่อผู้อ่านและผู้นำข้อมูลไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยที่ประชุมฯ ได้พิจารณาแนวทางและบทบาทการดำเนินงานของระบบคลังปัญญาผู้สูงอายุ ภายใต้บันทึกข้อตกลงร่วมมือการจัดการความรู้ สนับสนุนเครือข่ายบูรณาการด้านผู้สูงอายุและคนพิการ ของภาคีเครือข่าย ทั้ง มสพช. สวทช. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรผู้สูงอายุ ตลอดจนสำนักงาน กศน. จังหวัดลำปาง, สำนักงาน กศน.จังหวัดนครศรีธรรมราช, สำนักงาน กศน.จังหวัดพังงา, สำนักงาน กศน.จังหวัดสระบุรี และสำนักงาน กศน.จังหวัดสกลนคร โดยเล็งเห็นถึงศักยภาพของ กศน.ในการพัฒนา Big data เพื่อใช้ในการวางแผนการบริหารจัดการร่วมกัน ทั้งเพื่อการสร้างเสริมการสร้างสุขของผู้สูงอายุ โดยทำงานร่วมกับเครือข่ายโรงเรียน ชุนชนผู้สูงอายุ กับศูนย์เรียนรู้ที่มีในชุมชน เพื่อสนับสนุนให้เป็นแหล่งเรียนรู้และยกระดับคลังปัญญาผู้สูงอายุในพื้นที่, การร่วมกันจัดทำฐานข้อมูลกลางผ่านคลัง www.thaiichr.org เชื่อมโยงกับเว็บไซต์ในแต่ละพื้นที่ ตลอดจนจัดทำแผนพัฒนาศักยภาพ กศน.เพื่อทำให้เกิดคนต้นแบบคลังปัญญาผู้สูงอายุ 60plus Idol กศน.สูงวัย โดยจัดทำสื่อ ค้นหาคลังปัญญาที่มีอัตลักษณ์ เพื่อป้องกันการสูญหาย และสืบสานรักษาให้คงอยู่สู่รุ่นลูกหลาน รวมทั้งการจัดทำโครงการร่วมกับ สสส. เพื่อขับเคลื่อนยกระดับคลังปัญญาผู้สูงอายุ สู่การจัดมหกรรมคลังปัญญาผู้สูงอายุของบุคลากร กศน.ต่อไป