ครม.รับทราบผลการประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจประจำปี2562 พบความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังแนะเร่งพิจารณาการคงอยู่ของอ.ต.ก.และอคส.ก่อนสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดิน

ครม.รับทราบผลการประเมินผลงานรัฐวิสาหกิจประจำปี2562 พบความสามารถในการทำกำไรลดลงอย่างต่อเนื่อง กระทรวงการคลังแนะเร่งพิจารณาการคงอยู่ของอ.ต.ก.และอคส.ก่อนสร้างความเสียหายให้งบประมาณแผ่นดิน

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)รับทราบผลการประเมินผลการดำเนินงานรัฐวิสาหกิจประจำปี2562 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมีรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในระบบประเมินผลจำนวน 53 แห่ง พบว่า ณ สิ้นปีบัญชี 2562 รัฐวิสาหกิจมีสินทรัพย์รวม 15.90 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี2561 ร้อยละ 4.37 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 4.79 ล้านล้านบาท ลดลงร้อยละ 1.55 ค่าใช้จ่ายลดลงร้อยละ 1.37 ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามความสามารถในการทำกำไรได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี2562 อัตราส่วนกำไรสุทธิต่อรายได้รวมคิดเป็นร้อยละ 6.46 ลดลงจากปี2561 ที่อยู่ที่ร้อยละ 6.62 และอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อสินทรัพย์รวมเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 3.94 ลดลงจากปี 2561 ที่อยู่ที่ร้อยละ 4.37 สำหรับสาขาที่มีกำไรสุทธิมากที่สุดคือ สาขาพลังงาน สาขาสถาบันการเงิน และสาขาขนส่ง ตามลำดับ โดยรัฐวิสาหกิจที่มีกำไรสูงสุด 3 อันดับแรกคือ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน), บริษัท ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ขณะที่รัฐวิสาหกิจที่มีผลขาดทุนสุทธิปี 2562 มีจำนวน 15 แห่ง เพิ่มขึ้นจากปี 2561 ที่มีจำนวน 11 แห่ง ได้แก่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน), บริษัท ขนส่ง จำกัด, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, การรถไฟแห่งประเทศไทย, องค์การจัดการน้ำเสีย, องค์การตลาด, ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย, องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร(อ.ต.ก.), องค์การสะพานปลา, องค์การคลังสินค้า(อคส.), การยางแห่งประเทศไทย, องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ นอกจากนี้กระทรวงการคลังยังได้มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่สำคัญเช่น รัฐวิสาหกิจในสาขาเกษตรทั้งหมดมีผลการประเมินในระดับต่ำ โดยอ.ต.ก.และอคส.มีปัญหาขาดทุนต่อเนื่อง ซึ่งอ.ต.ก.ประสบปัญหาสภาพคล่องและอคส.มีปัญหาการจัดทำรายการทางการเงิน รวมทั้งภารกิจด้านการบริหารตลาดสินค้าของอ.ต.ก.และการบริหารคลังสินค้าของอคส. มีเอกชนดำเนินการได้ดี จึงต้องเร่งทบทวนบทบาทหรือพิจารณาการคงอยู่ของรัฐวิสาหกิจทั้งสองแห่ง ก่อนที่จะเกิดความเสียหายด้านงบประมาณแผ่นดิน