ไทยทำทุกทางเพื่อรักษาทุกชีวิต เราไม่ต้องการเห็นความสูญเสียเกิดขึ้น ที่ผ่านมา ไทยมีอุปกรณ์ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้ทุกคนที่ป่วยในประเทศนี้ได้รับการรักษาให้ดีที่สุด ดูแลทุกคนอย่างเต็มที่ ทำทุกวิถีทางให้ผู้ป่วยรอด ไม่ให้มีคำว่า “มีผู้เสียชีวิตเพราะไม่ได้รับการรักษา” และสิ่งที่เราพูดได้เต็มปากคือ ในจำนวนผู้ที่เสียชีวิต ไม่มีใครถูกทิ้งขว้างจากระบบสาธารณสุขไทย
"นานาชาติยอมรับใน มาตรฐานการควบคุมป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีอัตราการเสียชีวิต อยู่ที่ร้อยละ 0.3 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 7 เท่า และเมื่อเทียบกับการระบาดและรอบใหม่พบว่าอัตราการเสียชีวิตลดลงมาเหลือร้อยละ 0.1 ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลก 20 เท่า"
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องทำคือต้อง Smart Living ต่อไป รู้ทันโรค ตั้งการ์ด สวมหน้ากาก เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ และต้องรุกตลอดเวลา ให้โรคแพ้เรา และนอกจาก Smart Living แล้วเราต้อง Smart work ด้วย เป็นสิ่งยืนยันว่าระบบสาธารณสุขไทยอยู่เหนือมาตรฐานที่วางไว้
และอีกไม่นาน หวังว่าวัคซีนป้องกันโควิด-19 จะเป็นตัวปิดเกม ซึ่งวัคซีนที่ไทยเลือก ผู้เลือกคือหมอทุกท่าน ตนฟังคำแนะนำจากคณะแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย ใต้ชื่อแบรนด์ MIT หรือ Made in Thailand เราได้แบรนด์ระดับโลกมาผลิตในบ้านเรา คือแอสตร้าเซเนก้า ซึ่งมีประสิทธิผลน่าพึงพอใจ ทำให้อาการไม่รุนแรง ลดโอกาสการเสียชีวิต นี่คือเหตุผลที่คนไทยต้องได้รับวัคซีนป้องกันโควิด
“ขอแสดงความยินดีกับบุคลากรทางการแพทย์ทุกท่าน ผมภูมิใจที่ได้ทำงานกับทุกท่าน เรารักษาชีวิตแม่ลูกชาวเมียนมาร์ให้ปลอดภัย เรารักษาชีวิตแท็กซี่ อดีตผู้ป่วย ก็กลับมาตอบแทนด้วยพลาสมา และได้หลักการปฏิบัติตัว เราประสบความสำเร็จในการทดลองยาฟาวิพิราเวียร์
ล่าสุดคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ที่เคยป่วยเข้าขั้นวิกฤติ แต่ด้วยความมุ่งมั่น และด้วยระบบการแพทย์ เราก็ Save Life ท่าน และเราจะ Save Life- Smart Living- Smart Working ให้ประเทศไทยเป็น Smart Country ต่อไป”

