นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ว่า
กระทรวงอว.มีหน้าที่รับผิดชอบ 2 ด้านหลัก คือ การวิจัยนวัตกรรม และการอุดมศึกษา มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานของประเทศสู่อนาคต เตรียมประชาชนให้พร้อมรับมือกับโลกอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมคนโสด อ้างอิงข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งชาติปี 2566 พบว่าคนไทยช่วงวัยเจริญพันธุ์อายุ 15- 49 ปีนั้นมีคนโสดอยู่ 40.5% สูงกว่าภาพรวมประเทศที่ 23.9% เกือบเท่าตัว สังคมคนโสดสัมพันธ์กับสังคมเมืองที่ขยายตัวอย่างมีนัยยะสัมพันธ์ เนื่องจากหลั่งไหลเข้ามาหางานทําในพื้นที่เศรษฐกิจ ส่งผลต่อโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะค่าครองชีพที่สูงขึ้น และจำเป็นต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านกลไกต่างๆ พัฒนาทักษะให้ประชาชนทุกวัย เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
นางสาวผกามาศ ยังห่วงใยการใช้งบประมาณโดยปีที่แล้วได้รับการจัดสรรงบ 19,000 ล้านบาท โดยกองทุนวิจัย (กสว.) เน้นไปที่การวิจัยเพื่อเร่งสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ มากกว่าการพัฒนาบุคคล หากนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจ ก็จะเพิ่มคุณค่าสินค้าและบริการได้ ตัวอย่าง การใช้เทคโนโลยีซีออส เป็นนวัตกรรมที่ใช้น้ำยางพาราไปป้องกันตลิ่งพัง ช่วยส่งเสริมสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมก่อสร้าง และสร้างงานสร้างอาชีพ สำหรับกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ให้ทับซ้อนกับโครงการที่มีอยู่แล้ว วิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญให้ตรงเป้าหมาย ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เน้นพัฒนาทักษะด้าน AI เพราะเป็นเทรนด์ที่มีศักยภาพต่ออนาคต
"สุดท้ายอยากฝากไปที่ทางกระทรวง อว. ว่า ดิฉันเห็นด้วยกับหลักการของกองทุนนี้ เพียงแต่อยากให้ใช้กองทุนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตรงเป้าหมายของกองทุน เพราะเราควรดิสรัปตัวเราให้เรียนรู้กันใช้เทคโนโลยีก่อนที่ AI จะมาดิสรัปเรา" นางสาวผกามาศ กล่าว

3 กรกฎาคม 2567 เวลา 16:55
"ผกามาศ" เห็นด้วยกองทุน อว. อยากให้ใช้เกิดประโยชน์สูงสุด และตรงเป้าหมาย
นางสาวผกามาศ เจริญพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการอุดมศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ... ว่า
กระทรวงอว.มีหน้าที่รับผิดชอบ 2 ด้านหลัก คือ การวิจัยนวัตกรรม และการอุดมศึกษา มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานของประเทศสู่อนาคต เตรียมประชาชนให้พร้อมรับมือกับโลกอนาคตที่มีการเปลี่ยนแปลง ต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านการสนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมคนโสด อ้างอิงข้อมูลจากสํานักงานสถิติแห่งชาติปี 2566 พบว่าคนไทยช่วงวัยเจริญพันธุ์อายุ 15- 49 ปีนั้นมีคนโสดอยู่ 40.5% สูงกว่าภาพรวมประเทศที่ 23.9% เกือบเท่าตัว สังคมคนโสดสัมพันธ์กับสังคมเมืองที่ขยายตัวอย่างมีนัยยะสัมพันธ์ เนื่องจากหลั่งไหลเข้ามาหางานทําในพื้นที่เศรษฐกิจ ส่งผลต่อโครงสร้างประชากร เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะค่าครองชีพที่สูงขึ้น และจำเป็นต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สนับสนุนการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผ่านกลไกต่างๆ พัฒนาทักษะให้ประชาชนทุกวัย เตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
นางสาวผกามาศ ยังห่วงใยการใช้งบประมาณโดยปีที่แล้วได้รับการจัดสรรงบ 19,000 ล้านบาท โดยกองทุนวิจัย (กสว.) เน้นไปที่การวิจัยเพื่อเร่งสร้างองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ มากกว่าการพัฒนาบุคคล หากนำงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ในเชิงเศรษฐกิจ ก็จะเพิ่มคุณค่าสินค้าและบริการได้ ตัวอย่าง การใช้เทคโนโลยีซีออส เป็นนวัตกรรมที่ใช้น้ำยางพาราไปป้องกันตลิ่งพัง ช่วยส่งเสริมสินค้าเกษตร อุตสาหกรรมก่อสร้าง และสร้างงานสร้างอาชีพ สำหรับกองทุนเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ควรมีเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม ไม่ให้ทับซ้อนกับโครงการที่มีอยู่แล้ว วิเคราะห์จัดลำดับความสำคัญให้ตรงเป้าหมาย ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า กำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน เน้นพัฒนาทักษะด้าน AI เพราะเป็นเทรนด์ที่มีศักยภาพต่ออนาคต
"สุดท้ายอยากฝากไปที่ทางกระทรวง อว. ว่า ดิฉันเห็นด้วยกับหลักการของกองทุนนี้ เพียงแต่อยากให้ใช้กองทุนนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และตรงเป้าหมายของกองทุน เพราะเราควรดิสรัปตัวเราให้เรียนรู้กันใช้เทคโนโลยีก่อนที่ AI จะมาดิสรัปเรา" นางสาวผกามาศ กล่าว