นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ในการจัดสรรงบประมาณในเขต 7 จังหวัดสงขลา ตนและประชาชนในพื้นที่มีความพอใจ ขอขอบคุณ รัฐมนตรีศักดิ์สยาม รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัฐมนตรีทรงศักดิ์ รัฐมนตรีวีรศักดิ์ รัฐมนตรีมนัญญา รัฐมนตรีกนกวรรณ และรัฐมนตรีอนุทิน ในพื้นที่พลิกสถานการณ์จากเมื่อ 20 ปีภายใน 2 ปี ดีขึ้น และการจัดสรรงบประมาณจัดทำภายใต้ 1.รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่ต้องผ่านสภาฯ ในวาระ 1 วาระ 2 และวาระ 3 แล้วส่งไปให้สว. 2. เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังปีพ.ศ. 2561 ในมาตราที่ 15-22 3. พ.ร.บ ว่าด้วยวิธีงบประมาณ พ.ศ.2561 ในมาตรา 10 และมาตราที่ 14
ในการเขียนงบประมาณ หน่วยรับงบประมาณจะเขียนโครงการเพื่อขอรับงบประมาณ เมื่อโครงการต่างๆรวบรวมแล้ว หน่วยรับงบประมาณจะเสนอไปรายจังหวัด และกรมต่างๆเพื่อจะรวบรวมไปให้สำนักงบประมาณ โดยมี 3 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงบประมาณ สำนักยุทธศาสตร์ฯ (ป.ย.ป.) และสภาพัฒน์
1.สำนักงบประมาณ อยู่ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่พิจารณาโครงการเพื่อบรรจุเข้าสู่งบประมาณประจำปี ก่อนเสนอครม. หลังจากเสนอให้ครม.ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าเข้าสู่ ครม. และถือเป็นมติครม. และส่งให้ประธานสภาเพื่อนำมาพิจารณาในสภาตามวาระ 1 วาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป ทั้งนี้สำนักงบประมาณสำคัญที่จะอนุมัติหรือตัดงบประมาณของแผ่นดิน
2.สำนักยุทธศาสตร์ฯ (ป.ย.ป.)ที่เกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2557 มีหน้าที่ในการกำกับดูแลนโยบายต่างๆ ของคณะรัฐมนตรี และของประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีคณะกรรมการร่วมในการพิจารณา ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญ ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐและทิศทางของงบประมาณ
3.สภาพัฒน์ เป็นหน่วยงานสังกัดภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่จัดทำแผนพิจารณางบลงทุนประจำปี ติดตามเอกชนลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท และหน้าที่ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ดังนั้น 3 หน่วยงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการจัดทำงบประมาณฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งนี้หากการประเมินงบประมาณในปี 2565 นี้ผิดพลาดจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ดังเช่นในพื้นที่จังหวัดสงขลาเมื่อกว่า 10 ปีก่อนโครงการต่างๆ ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ สำนักงบประมาณและสภาพัฒน์จะมีส่วนรับผิดชอบอย่างไรบ้าง
“ทั้งนี้ตนเอง ขอตั้งคำถามว่าในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงนราธิวาส สำนักงบประมาณและสภาพัฒน์ จะพัฒนาแบบยั่งยืนและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไร และในปีนี้งบประมาณของ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อนุมัติเพียง กว่า 5,000 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมา เศรษฐกิจต่างๆย่ำแย่ลง ทั้งในด้านการประมง การเกษตร ยางพารา ปาล์ม ทั้งในด้านการขนส่ง และราคาตกต่ำ รวมไปถึงทางด้านการค้าชายแดน โครงการต่างๆที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เช่น โครงการวงแหวนรอบหาดใหญ่ โครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา ตามนโยบาย 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจ และถนนต่างๆอีกหลายจุดที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ รวมไปถึงเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ได้อย่างไร ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น กรรมการยุทธศาสตร์ สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์ ยังไม่ทราบและไม่เข้าใจว่าประเทศไทย ต้องการอะไรในตอนนี้ นอกจากนี้ มีความต้องการให้รัฐบาล ตั้งงบประมาณส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและความศรัทธา ในการก่อสร้างโรงเรียนทางศาสนาทั้งพุทธและมุสลิม เป็นต้น” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว

1 มิถุนายน 2564 เวลา 11:07
“ณัฏฐ์ชนน” อภิปรายสภาฯ ในประเด็นการพิจารณา "ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565" ถาม! สำนักงบประมาณ สำนักยุทธศาสตร์ฯ (ป.ย.ป.) และสภาพัฒน์ จะรับผิดชอบอย่างไร หากประเมินงบประมาณปี 2565 ผิดพลาด
วันที่ 1 มิถุนายน 2564 นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ อภิปรายสภาฯ ในประเด็นการพิจารณา "ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565" ถาม! สำนักงบประมาณ สำนักยุทธศาสตร์ฯ (ป.ย.ป.) และสภาพัฒน์ จะรับผิดชอบอย่างไร หากประเมินงบประมาณปี 2565 ผิดพลาด
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ในการจัดสรรงบประมาณในเขต 7 จังหวัดสงขลา ตนและประชาชนในพื้นที่มีความพอใจ ขอขอบคุณ รัฐมนตรีศักดิ์สยาม รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัฐมนตรีทรงศักดิ์ รัฐมนตรีวีรศักดิ์ รัฐมนตรีมนัญญา รัฐมนตรีกนกวรรณ และรัฐมนตรีอนุทิน ในพื้นที่พลิกสถานการณ์จากเมื่อ 20 ปีภายใน 2 ปี ดีขึ้น และการจัดสรรงบประมาณจัดทำภายใต้ 1.รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่ต้องผ่านสภาฯ ในวาระ 1 วาระ 2 และวาระ 3 แล้วส่งไปให้สว. 2. เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังปีพ.ศ. 2561 ในมาตราที่ 15-22 3. พ.ร.บ ว่าด้วยวิธีงบประมาณ พ.ศ.2561 ในมาตรา 10 และมาตราที่ 14
ในการเขียนงบประมาณ หน่วยรับงบประมาณจะเขียนโครงการเพื่อขอรับงบประมาณ เมื่อโครงการต่างๆรวบรวมแล้ว หน่วยรับงบประมาณจะเสนอไปรายจังหวัด และกรมต่างๆเพื่อจะรวบรวมไปให้สำนักงบประมาณ โดยมี 3 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงบประมาณ สำนักยุทธศาสตร์ฯ (ป.ย.ป.) และสภาพัฒน์
1.สำนักงบประมาณ อยู่ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่พิจารณาโครงการเพื่อบรรจุเข้าสู่งบประมาณประจำปี ก่อนเสนอครม. หลังจากเสนอให้ครม.ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าเข้าสู่ ครม. และถือเป็นมติครม. และส่งให้ประธานสภาเพื่อนำมาพิจารณาในสภาตามวาระ 1 วาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป ทั้งนี้สำนักงบประมาณสำคัญที่จะอนุมัติหรือตัดงบประมาณของแผ่นดิน
2.สำนักยุทธศาสตร์ฯ (ป.ย.ป.)ที่เกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2557 มีหน้าที่ในการกำกับดูแลนโยบายต่างๆ ของคณะรัฐมนตรี และของประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีคณะกรรมการร่วมในการพิจารณา ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญ ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐและทิศทางของงบประมาณ
3.สภาพัฒน์ เป็นหน่วยงานสังกัดภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่จัดทำแผนพิจารณางบลงทุนประจำปี ติดตามเอกชนลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท และหน้าที่ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ดังนั้น 3 หน่วยงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการจัดทำงบประมาณฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งนี้หากการประเมินงบประมาณในปี 2565 นี้ผิดพลาดจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ดังเช่นในพื้นที่จังหวัดสงขลาเมื่อกว่า 10 ปีก่อนโครงการต่างๆ ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ สำนักงบประมาณและสภาพัฒน์จะมีส่วนรับผิดชอบอย่างไรบ้าง
“ทั้งนี้ตนเอง ขอตั้งคำถามว่าในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงนราธิวาส สำนักงบประมาณและสภาพัฒน์ จะพัฒนาแบบยั่งยืนและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไร และในปีนี้งบประมาณของ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อนุมัติเพียง กว่า 5,000 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมา เศรษฐกิจต่างๆย่ำแย่ลง ทั้งในด้านการประมง การเกษตร ยางพารา ปาล์ม ทั้งในด้านการขนส่ง และราคาตกต่ำ รวมไปถึงทางด้านการค้าชายแดน โครงการต่างๆที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เช่น โครงการวงแหวนรอบหาดใหญ่ โครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา ตามนโยบาย 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจ และถนนต่างๆอีกหลายจุดที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ รวมไปถึงเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ได้อย่างไร ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น กรรมการยุทธศาสตร์ สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์ ยังไม่ทราบและไม่เข้าใจว่าประเทศไทย ต้องการอะไรในตอนนี้ นอกจากนี้ มีความต้องการให้รัฐบาล ตั้งงบประมาณส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและความศรัทธา ในการก่อสร้างโรงเรียนทางศาสนาทั้งพุทธและมุสลิม เป็นต้น” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว
นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า ในการจัดสรรงบประมาณในเขต 7 จังหวัดสงขลา ตนและประชาชนในพื้นที่มีความพอใจ ขอขอบคุณ รัฐมนตรีศักดิ์สยาม รัฐมนตรีพิพัฒน์ รัฐมนตรีทรงศักดิ์ รัฐมนตรีวีรศักดิ์ รัฐมนตรีมนัญญา รัฐมนตรีกนกวรรณ และรัฐมนตรีอนุทิน ในพื้นที่พลิกสถานการณ์จากเมื่อ 20 ปีภายใน 2 ปี ดีขึ้น และการจัดสรรงบประมาณจัดทำภายใต้ 1.รัฐธรรมนูญ ปี 2560 ที่ต้องผ่านสภาฯ ในวาระ 1 วาระ 2 และวาระ 3 แล้วส่งไปให้สว. 2. เกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังปีพ.ศ. 2561 ในมาตราที่ 15-22 3. พ.ร.บ ว่าด้วยวิธีงบประมาณ พ.ศ.2561 ในมาตรา 10 และมาตราที่ 14
ในการเขียนงบประมาณ หน่วยรับงบประมาณจะเขียนโครงการเพื่อขอรับงบประมาณ เมื่อโครงการต่างๆรวบรวมแล้ว หน่วยรับงบประมาณจะเสนอไปรายจังหวัด และกรมต่างๆเพื่อจะรวบรวมไปให้สำนักงบประมาณ โดยมี 3 หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือ สำนักงบประมาณ สำนักยุทธศาสตร์ฯ (ป.ย.ป.) และสภาพัฒน์
1.สำนักงบประมาณ อยู่ภายใต้สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่พิจารณาโครงการเพื่อบรรจุเข้าสู่งบประมาณประจำปี ก่อนเสนอครม. หลังจากเสนอให้ครม.ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าเข้าสู่ ครม. และถือเป็นมติครม. และส่งให้ประธานสภาเพื่อนำมาพิจารณาในสภาตามวาระ 1 วาระ 2 และวาระ 3 ต่อไป ทั้งนี้สำนักงบประมาณสำคัญที่จะอนุมัติหรือตัดงบประมาณของแผ่นดิน
2.สำนักยุทธศาสตร์ฯ (ป.ย.ป.)ที่เกิดขึ้นภายหลังการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2557 มีหน้าที่ในการกำกับดูแลนโยบายต่างๆ ของคณะรัฐมนตรี และของประเทศ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และมีคณะกรรมการร่วมในการพิจารณา ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญ ในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐและทิศทางของงบประมาณ
3.สภาพัฒน์ เป็นหน่วยงานสังกัดภายใต้สำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่จัดทำแผนพิจารณางบลงทุนประจำปี ติดตามเอกชนลงทุนมากกว่า 1,000 ล้านบาท และหน้าที่ตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ดังนั้น 3 หน่วยงานดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการจัดทำงบประมาณฉบับนี้ ซึ่งไม่ใช่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งนี้หากการประเมินงบประมาณในปี 2565 นี้ผิดพลาดจะรับผิดชอบอย่างไรบ้าง ดังเช่นในพื้นที่จังหวัดสงขลาเมื่อกว่า 10 ปีก่อนโครงการต่างๆ ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ สำนักงบประมาณและสภาพัฒน์จะมีส่วนรับผิดชอบอย่างไรบ้าง
“ทั้งนี้ตนเอง ขอตั้งคำถามว่าในพื้นที่ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดชุมพรถึงนราธิวาส สำนักงบประมาณและสภาพัฒน์ จะพัฒนาแบบยั่งยืนและพัฒนาเศรษฐกิจอย่างไร และในปีนี้งบประมาณของ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ อนุมัติเพียง กว่า 5,000 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าในพื้นที่ภาคใต้ที่ผ่านมา เศรษฐกิจต่างๆย่ำแย่ลง ทั้งในด้านการประมง การเกษตร ยางพารา ปาล์ม ทั้งในด้านการขนส่ง และราคาตกต่ำ รวมไปถึงทางด้านการค้าชายแดน โครงการต่างๆที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ เช่น โครงการวงแหวนรอบหาดใหญ่ โครงการมอเตอร์เวย์หาดใหญ่-สะเดา ตามนโยบาย 3 เหลี่ยมเศรษฐกิจ และถนนต่างๆอีกหลายจุดที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ รวมไปถึงเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกิน จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้ได้อย่างไร ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น กรรมการยุทธศาสตร์ สำนักงบประมาณ และสภาพัฒน์ ยังไม่ทราบและไม่เข้าใจว่าประเทศไทย ต้องการอะไรในตอนนี้ นอกจากนี้ มีความต้องการให้รัฐบาล ตั้งงบประมาณส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมและความศรัทธา ในการก่อสร้างโรงเรียนทางศาสนาทั้งพุทธและมุสลิม เป็นต้น” นายณัฏฐ์ชนน กล่าว